หยามองพี่ชายของตนเองด้วยอาการตกตะลึง แม้ว่าจะแอบชื่นชมความฉลาดเฉลียวของพี่ชายอยู่ในใจ
แต่ในความทรงจำของนาง พี่ชายหาได้มีวาทศิลป์ในการพูดไม่
ดูเหมือนการควบคุมดูแลกำลังทหารที่ผ่านมาหลายปีจะทำให้พี่ชายเปลี่ยนไป
“ตอนแรกข้าคิดว่าแม่ทัพหลินจะทำเพียงสงครามที่เขตชายแดนเท่านั้น คิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะรู้เรื่องงานในราชสำนัก ใช่แล้ว แม้ข้าจะดูแลเพียงงานฝ่ายใน แต่เรื่องงานของทหารหลวงย่อมเกี่ยวข้องกับข้า เหตุที่แม่ทัพหลินขัดขืนมิยอมถอย หรือเพราะเจ้าไม่เคารพราชสำนักและคิดจะก่อกบฏ?”
ป๋ายหลี่อู๋เฉินยังคงหยักยิ้มมีเลศนัย ไม่ว่าใครก็มองความคิดของเขาไม่ออก แม้แต่เย่ซวงเฮ่อที่อยู่ฝ่ายเดียวกับเขายังตัวสั่นเทิ้ม
คนที่พวกเขากลัวที่สุดหาใช่ท่านขุนนางแห่งกรมกลาโหมหรือไท่จื่อ แต่เป็นผู้ดูแลงานฝ่ายในคนใหม่ที่เพิ่งจะรับตำแหน่งไม่นานคนนี้ต่างหาก
หากทำให้ท่านขุนนางหรือไท่จื่อขุ่นเคือง เช่นนั้นโทษที่จะได้รับคือการทุบตีหรือถูกขับออกจากกรมทหารหลวง
แต่ถ้าหากทำให้ท่านป๋ายหลี่ขุ่นเคืองแล้วล่ะก็ เช่นนั้นโทษที่พวกเขาจะได้รับนั้นน่าหวาดกลัวเสียยิ่งกว่าความตาย
ฉะนั้นเขาจึงทำได้เพียงยืนมองสงครามระหว่างป๋ายหลี่อู๋เฉินและหลินหนาน