ยข้าก็สามารถทำให้อาการของเขาไม่ย่ำแย่ลง”
เมื่อได้ยินว่าหลินเมิ้งหยามีความสามารถทางด้านการแพทย์ สีหน้าของเถียนมามาเผยความกระวนกระวายออกมาให้เห็น
ขณะที่คิดจะตอบ เสียงไออย่างรุนแรงพลันดังออกมา
เสียงไอหนักหน่วงเสมือนปอดกำลังฉีกขาด
หลินเมิ้งหยารีบเดินไปตามเสียง แหวกผ้าม่านสีขาวออก จมูกพลันได้กลิ่นน่าสะอิดสะเอียน
“พี่ชายเถียน ท่านเป็นอย่างไรบ้าง?”
แม้หลินเมิ้งหยาจะรู้สึกเหมือนกำลังเจอกับคนแปลกหน้า แต่เพราะความทรงจำในวัยเด็กจึงทำให้ความรู้สึกมิได้เปลี่ยนไปตามกาลเวลา
ฉะนั้นเรื่องราวทั้งหมดค่อนข้างชัดเจน ไม่ว่าคนที่เคยมีความสัมพันธ์หลอกลวงหรือจริงใจกับนาง นางล้วนจดจำได้เป็นอย่างดี
อันที่จริงพี่ชายเถียนคนนี้เหมือนกับเถียนมามา พวกเขาล้วนเป็นคนซื่อสัตย์และมองหลินเมิ้งหยาเป็นเสมือนน้องสาวแท้ๆ
ดังนั้นเมื่อเขาเจ็บป่วย เถียนมามาเองก็กำลังตกต่ำ หลินเมิ้งหยาจึงมิอาจเพิกเฉยได้
พยายามกลืนเสียงไอลงคอ หลินเมิ้งหยาเดินเข้าไปใกล้อีกสองสามก้าว
หม้อยาวางอยู่บนเตา นางครุ่นคิด อาจเพราะบ้านหลังนี้มีฟืนน้อยมาก ฉะนั้นเตาอันนั้นจึงต้องทำหน้าที่เป็นเครื่องทำความร้อนด้วย
บนเตียงทรุดโทรมที่มีผ้าคลุมเตียงขาดวิ่น ชายคนหนึ่งกำลังนอ