นหอบหายใจอยู่บนนั้น
แขนผอมบางจนแทบจะเหลือเพียงกระดูกตกลงบนเตียงอย่างไร้เรี่ยวแรง
หากมิใช่เพราะแผงอกของเขายังขยับขึ้นลง หลินเมิ้งหยาคงจะนึกสงสัยอย่างแน่นอนว่าชายคนนี้ยังมีชีวิตอยู่หรือไม่
“เจ้า…เจ้าคือ…แค่ก แค่ก แค่ก...หยาเอ๋อร์หรือ?”
พยายามสูดอากาศเข้าปอด เสียงของเขาขาดๆ หายๆ เสมือนคนกำลังจะหมดลมหายใจ
หลินเมิ้งหยารีบเดินเข้าไปแหวกม่านบังตา ใบหน้าขาวซีดซูบตอบ ดวงตาเบิกกว้างมองนางอย่างตกตะลึง
“พี่เถียน ข้าคือหยาเอ๋อร์ ท่านยังจำข้าได้หรือไม่?”
ประตูแห่งความทรงจำพลันเปิดออก ขณะเดียวกันภาพของวันเก่าๆ เริ่มหลั่งไหลออกมา
แม้พี่ชายสกุลเถียนคนนี้จะมิได้หล่อเหลาหรือฉลาดหลักแหลมดั่งเช่นพี่ชาย แต่เขาเป็นคนซื่อสัตย์
ใบหน้าที่เคยสะอาดเกลี้ยงเกลากลับซูบตอบจนแทบจะเหลือแต่เพียงกระดูก ร่างกายที่เคยกำยำทั้งยังเคยโอบอุ้มนางบัดนี้อ่อนแรงจนแทบจะลุกไม่ไหว ราวกับอาการเจ็บป่วยกำลังจะพรากชีวิตของชายหนุ่มผู้ซื่อสัตย์คนนี้ไป
“เจ้า…เรื่องที่เจ้าคุยกับท่านแม่…ข้า…ข้าได้ยินหมดแล้ว…ท่านแม่…ไม่เสียเปล่าที่ท่านแม่เลี้ยงดูเจ้า…ข้า…ข้าสามารถตายตาหลับได้แล้ว…เจ้า…เจ้าพาท่านแม่ไปเถิด…ไม่…ไม่ต้องสนใจข้า”
ทั้งที่เป็นปร