สมองของหลินเมิ้งหยาประมวลผลอย่างหนัก แต่กลับยังไม่แกะมันออก
แม้บ่าวไพร่จะไม่สามารถเข้ามาในเรือนเล็กได้ง่าย แต่เพื่อความปลอดภัย หลินเมิ้งหยาจึงตัดสินใจจะเปิดดูตอนกลางคืน
ป๋ายจื่อช่วยเก็บของลงหีบอีกครั้ง หลินเมิ้งหยาตัดสินใจนำสิ่งของเหล่านี้กลับจวนอวี้ทั้งหมด
หากทิ้งไว้ที่นี่ก็รังแต่จะถูกหนูหรือแมลงสาบแทะ สู้เอากลับไปด้วยเพื่อรำลึกถึงท่านแม่ดีกว่า
ภายนอก ท้องฟ้าถูกแต่งแต้มด้วยสีรัตติกาล มีคนถือโคมไฟเดินเข้ามาเรียก
“คุณหนูใหญ่ถึงเวลารับประทานอาหารเย็นแล้วเจ้าค่ะ”
เสียงอ่อนโยนคุ้นหูพลันดังขึ้น ร่างของป๋ายจื่อราวกับถูกไฟช็อต ฉีกยิ้มกว้าง ก่อนจะวิ่งกระโดดโลดเต้นออกไปเปิดประตู
“เถียนมามา! ท่านจริงๆ ด้วย! ท่านกลับไปอยู่บ้านเกิดกับลูกชายแล้วมิใช่หรือ? ป๋ายจื่อคิดถึงท่านเหลือเกิน”
ร่างหนึ่งยืนอยู่หน้าประตู
เป็นผู้หญิงสวมใส่ผ้าหยาบสีเหลืองเข้ม แม้จะเรียบง่ายแต่กลับสะอาดสะอ้าน
เถียนมามาอายุราวห้าสิบปี ใบหน้าเต็มไปด้วยริ้วรอย ชีวิตของนางน่าเวทนานัก
แต่ถึงกระนั้นก็มิอาจดับความมุ่งมั่นในดวงตาของนางได้
“เหล่าหนู่ยังคงกังวลเรื่องคุณหนูใหญ่และคุณชายอยู่เจ้าค่ะ เยว่เอ๋อร์ ข้าได้ยินว่าเจ้าไปอยู่กับคุณหนูใหญ่ที่จว