นัก”
แม้จะไม่อยากมาที่นี่นัก ทว่าป๋ายจื่อก็ยังส่งเสียงเจื้อยแจ้ว
ถึงอย่างไรนางก็เติบโตที่นี่ เช่นนั้นจะไม่คิดถึงที่นี่ได้อย่างไร
ไม่นานรถม้าก็แล่นมาถึงหน้าประตูจวนของเจิ้นหนานโหว แต่กลับไม่มีผู้ใดออกมาต้อนรับ
คิ้วของพ่อบ้านเติ้งขมวดเข้าหากัน เมื่อวานจวนอวี้ส่งข่าวมาที่นี่แล้ว แต่เพราะเหตุใดที่นี่จึงไม่มีแม้แต่เงาคนเล่า?
“พระชายาระวังตัวด้วยพ่ะย่ะค่ะ”
พ่อบ้านเติ้งและป๋ายจื่อประคองหลินเมิ้งหยาเดินมาถึงหน้าประตูจวน
แค่นหัวเราะเสียงเย็น นับวันซ่างกวนชิงก็ยิ่งเหลวไหล
อย่างน้อยนางก็ควรเห็นแก่หน้าหลงเทียนอวี้และออกมาต้อนรับจึงจะถูก
ทว่าเพียงรู้ว่าหลงเทียนอวี้มิได้ตามมา นางจึงขี้เกียจกระทั่งแสดงละคร
ประตูใหญ่ปิดสนิท นางเป็นถึงคุณหนูใหญ่แห่งสกุลหลิน หากมีคนปล่อยข่าวว่าครอบครัวมิเปิดประตูต้อนรับ เช่นนั้นก็คงมิใช่เรื่องดี
ทว่าหลินเมิ้งหยากลับไม่โกรธ แต่นางสั่งให้พ่อบ้านเติ้งไปเคาะประตู
“มาแล้ว มาแล้ว ใครน่ะ?”
ประตูแง้มออก ก่อนใบหน้าที่ไม่รู้จักจะโผล่ออกมาให้เห็น
หลินเมิ้งหยากวาดสายตามอง คนที่อยู่ตรงหน้าคือเสี่ยวซีปากเล็กเหมือนลิงคนหนึ่ง
แต่ก่อนคนเฝ้าประตูคือทหารเก่าของท่านพ่อ แม้ศีรษะจะขาวโพลน แต่กลับน่าเชื่