นั้นคงต้องรบกวนเจ้าแล้ว ต่อจากนี้ไปข้าคงต้องรบกวนเจ้าดูแลท่านอาจารย์ด้วย”
เวลาเพียงชั่วพริบบตา หลินเมิ้งหยารีบตอบรับความปรารถนาของหยุนจู๋
หลังจากพูดเรื่องการดูแลท่านอาจารย์คร่าวๆ ให้หยุนจู๋ฟัง หลินเมิ้งหยาจึงเดินออกจากคุกใต้ดินด้วยความสบายใจ
อันที่จริง ก่อนนั้นหลินเมิ้งหยารู้สึกว่าคนที่น่าสงสัยที่สุดที่ทำให้ท่านอาจารย์เป็นเช่นนี้คือหยุนจู๋
เหตุเพราะท่านอาจารย์ติดหนี้นาง ฉะนั้นเขาไม่มีวันปฏิเสธคำขอร้องของนาง
ทว่าตอนนี้ความสงสัยของนางจางหายไปแล้ว
แต่ต่อให้คนคนนั้นคือหยุนจู๋ ทว่าตราบใดที่ยังอยู่ในจวนนี้ นางก็ไม่จำเป็นต้องกังวล
โสมโลหิตใกล้จะตายเต็มทีแล้ว
หากไม่มีอะไรหล่อเลี้ยง เช่นนั้นต้นโสมก็จะเหี่ยวเฉาหรือสูญเสียสรรพคุณทางยาไป
แต่ไม่ว่าจะทางไหน มันก็ไม่สามารถทำร้ายใครได้อีกแล้ว
แม้จะไม่รู้ว่าผู้อยู่เบื้องหลังเป็นใคร แต่โชคดีที่เรื่องนี้กำลังจะจบลง
ขณะที่กำลังเดินเล่นอยู่ในสวนดอกไม้ นางกลับเห็นหลินขุยที่มีใบหน้าเคร่งขรึมเดินมุ่งไปทางห้องอ่านหนังสือของหลงเทียนอวี้
เขาไม่สังเกตเห็นนางทั้งที่ยืนอยู่ห่างกันเพียงไม่กี่เมตร
แปลกเหลือเกิน หลินขุยเปรียบเสมือนนักรบประจำกายของหลงเทียนอวี้ เกรงว่าเรื่องที่สามารถทำให้เขามีท่าทางเคร่งขรึมเช่นนี้ได้คงไม่พ้นเรื่องคนทรยศ
หลินเมิ้งหยาเดินตามหลังหลินขุยไปยังห้องอ่านหนังสือของหลงเทียนอวี้
“ท่านอ๋อง ข้าน้อยได้ข่าวมาว่าเจ้าคนทรยศป๋ายหลี่อู๋เฉินหนีไปได้แล