ากวันนั้นนางไม่ถูกจับตัวไว้ อย่าว่าแต่หนีเลย ขนาดจะออกจากห้องขังเขาก็คงทำไม่ได้
“เรื่องนี้จะโทษเจ้าก็ไม่ถูก เจ้าไม่จำเป็นต้องรู้สึกผิด หลินขุย เจ้าออกไปก่อนเถิด ข้าจะจัดการเรื่องนี้เอง”
สายตาของหลงเทียนอวี้สงบนิ่ง ราวกับเขามิได้ใส่ใจเรื่องนี้เลยแม้แต่น้อย
หลินขุยลังเล แต่สุดท้ายก็กลับออกไป
เขาไม่อาจเข้าใจความคิดของเจ้านายได้ แต่เมื่อเจ้านายเอ่ยเช่นนี้ เขาเองก็รู้สึกสบายใจ
“พ่ะย่ะค่ะ”
ภายในห้องอ่านหนังสือจึงเหลือเพียงหลินเมิ้งหยาและหลงเทียนอวี้
ป๋ายหลี่อู๋เฉินเคยเป็นคนสนิทของเขา ฉะนั้นย่อมต้องถือสิ่งสำคัญจำนวนมากเอาไว้ในมือ แม้นางจะรู้ว่าหลงเทียนอวี้เตรียมการรับมือเอาไว้แล้ว แต่ถ้าหากเรื่องนี้ถูกไท่จื่อนำไปใช้ประโยชน์ เกรงว่าจะกลายเป็นเชื้อเพลิงในการบ่อนทำลายหลงเทียนอวี้
“หลงเทียนอวี้ เช่นนั้น…หม่อมฉันส่งคนเข้าไปในจวนของไท่จื่อแล้วกำจัดเขาดีหรือไม่เพคะ?”
พิศดูสีหน้าขึงขังของหลินเมิ้งหยา หลงเทียนอวี้กลับส่ายหน้า
“วางใจเถิด ไม่เป็นไรหรอก ก่อนนั้นข้าได้เปลี่ยนทุกอย่างใหม่หมดแล้ว แม้ป๋ายหลี่อู๋เฉินจะกลายเป็นคนของไท่จื่อ แต่เขาไม่มีทางทำร้ายข้าได้อย่างแน่นอน ว่าแต่เจ้าคิดออกหรือยังว่าจะใช้ยาชนิดใดรักษาอาการของเสด็จพ่อ?”
เห็นได้ชัดว่าเขาไม่อยากพูดเรื่องนี้อีก
หลินเมิ้งหยาทำได้เพียงเปลี่ยนหัวข้อการสนทนา บางทีนางอาจกังวลมากจนเกินไป
ไม่มีทางที่หลงเทียนอวี้จะไม่คำนึงถึงเหตุการณ์ในวันนี้
นับตั