หลังจากอ้ำอึ้งอยู่พักหนึ่ง หลงเทียนอวี้จึงเอ่ยออกมาด้วยความระมัดระวัง
“ข้าคิดว่าเจ้าเองก็น่าจะสังเกตเห็นแล้วว่าอันที่จริงต้าจิ้นหาได้อยู่ในกำมือของเสด็จพ่อข้าเพียงคนเดียวไม่ ไม่สิ ต้องพูดว่าเหตุที่ต้าจิ้นวุ่นวายเช่นนี้ก็เพราะมีคนแอบควบคุมภายในราชสำนักและกองทัพ”
หลงเทียนอวี้พูดพลางสังเกตสีหน้าของหลินเมิ้งหยา
มองดูสีหน้ามิได้ตกใจของนาง หลงเทียนอวี้จึงผ่อนลมหายใจ
คนฉลาดเช่นนางจะไม่รู้เบาะแสเหล่านี้ได้อย่างไร
แต่คำพูดต่อไปนี้คือสิ่งที่นางควรรู้
“ปกติพวกเขาไม่ยอมเปิดเผยตัวตนและไม่เข้ามายุ่มย่ามกับพวกเรา แต่หากเป็นการชิงอำนาจหรือเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของเจียงซาน คนเหล่านั้นจะทำทุกวิถีทางเพื่อขจัดปัญหา”
หลินเมิ้งหยาฟังคำกล่าวของหลงเทียนอวี้นิ่ง แต่พูดไปพูดมาล้วนเป็นข้ออ้างของผู้หญิงคนนั้นมิใช่หรือ?
เพราะเหตุนี้นางจึงเข้าวังได้อย่างราบรื่น
ยิ่งไปกว่านั้น ระหว่างทางที่กลับมา คนเหล่านั้นจึงร่วมมือกันเพื่อกำจัดนาง
“เหตุเพราะราชสำนักก่อนเคยเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น ข้าไม่หวังให้เจ้าได้รับบาดเจ็บใดๆ ฉะนั้นข้าหวังว่าเจ้าจะพิจารณาทุกเรื่องอย่างละเอียดถี่ถ้วนก่อนที่เจ้าจะตัดสินใจทำอะไร”
หลงเทียนอวี้มองสีหน้าที่ไม่เปลี่ยนแปลงของนาง เขาคิดว่าหลินเมิ้งหยาสามารถยอมรับเรื่องเหล่านี้ได้ เขาจึงลอบถอนหายใจ
อันที่จริงเมื่อคืนเขาได้รับจดหมายฉบับหนึ่ง
เนื้อหาเขียนว่าหลินเมิ้งหยาถวายการตรวจชีพจรฮ่องเ