ต้สำเร็จ แต่ถึงกระนั้นก็อย่าคิดหยิ่งผยอง สตรีชั่วจะเข้ามาวุ่นวายทำลายกฎระเบียบมิได้ ฉะนั้นคำพูดและน้ำเสียงควรอ่อนน้อมถ่อมตน
หลงเทียนอวี้คิดว่าควรบอกหลินเมิ้งหยาให้รับรู้เรื่องนี้
แม้สิ่งที่เขาทำทั้งหมดจะไตร่ตรองอย่างรอบคอบแล้ว
แต่เขามั่นใจว่าอำนาจของเหล่าขุนนางจะต้องเอนเอียงไปทางฮองเฮาอย่างแน่นอน ฉะนั้นหลังจากสร้างแรงกดดันให้ไท่จื่อแล้ว พวกเขาจึงส่งจดหมายฉบับนี้มาเตือนเขา
“หม่อมฉันเข้าใจเพคะ ขอเพียงไม่ทำให้พระองค์ต้องลำบากใจก็เพียงพอแล้ว หม่อมฉันเป็นเพียงสตรีนางหนึ่ง เรื่องบางเรื่องก็มิอาจเข้าไปยุ่งได้”
เป็นเพราะนางออกหน้ามากจนเกินไป จึงทำให้มีคนจับตามองนาง
ที่นี่คือยุคโบราณที่ให้ความสำคัญกับเรื่องระบบชนชั้น พวกเขาไม่มีวันยอมให้ผู้หญิงเท่าเทียมกับผู้ชาย
น่าเสียดาย แม้นางจะสามารถดึงฮองเฮาลงจากหลังม้าได้ แต่นางไม่มีทางเปลี่ยนแปลงสังคมหรือขนบธรรมเนียมประเพณีได้
เมื่อเห็นนางไม่พูดอะไร ทำเพียงหลุบตาต่ำราวกับคนไร้ความสุข หัวใจของหลงเทียนอวี้เริ่มเรียกร้องความยุติธรรมแทนนาง
แต่เขากลับไม่รู้จะปลอบโยนนางเช่นไร
เขาไม่มีประสบการณ์ในการปลอบใจผู้หญิงมาก่อน โดยเฉพาะผู้หญิงฉลาดเฉลียวตรงหน้า
ครุ่นคิด อยู่ๆ หลงเทียนอวี้ก็เดินออกจากตำหนักหลิวซิน
“เอ๋ พระองค์จะไปไหนเพคะ?”
หลินเมิ้งหยาเงยหน้า ทันเห็นเพียงแผ่นหลังของเขาเท่านั้น
ยังไม่ทันจะพูดจบ ร่างสูงพลันลับหายไปจากแนวสายตา
จริงๆ เลย หลินเมิ้งหยาส่ายห