งอย่างขึ้นมาได้แล้ว แต่ก่อนนางมักจะแกล้งหลงเทียนอวี้และบอกเขาเสมอว่านางชอบเงิน
“นี่พระองค์…กำลังปลอบใจหม่อมฉันหรือเพคะ?”
แม้หลงเทียนอวี้จะไม่ยอมรับ แต่สีหน้าของเขากลับเคร่งขรึมและประหม่า
อืม เหมือนนางจะเดาถูกแล้ว
“ในเมื่อเป็นเช่นนั้น หม่อมฉันจะขอรับน้ำพระทัยของพระองค์เอาไว้”
ยิ้มจนตาหยีแล้วรับกล่องไม้จากมือเขาไป
น้อยครั้งนักที่หลงเทียนอวี้จะแสดงออกถึงด้านน่ารักเช่นนี้ หลินเมิ้งหยารู้สึกเบิกบานใจยิ่งนัก
มองดูใบหน้าเปื้อนยิ้มของนาง หลงเทียนอวี้จึงรู้สึกสบายใจ
หากใช้เงินแลกรอยยิ้มของนางได้แล้วล่ะก็ เช่นนั้นเขายินยอมนำเงินที่เก็บไว้ด้านนอกเหล่านั้นมามอบให้นางทั้งหมด
“ข้ายังมีเรื่องให้จัดการ เช่นนั้นขอตัวก่อน”
พาอารมณ์ที่ผ่อนคลายลงเดินจากไป เมฆดำทะมึนในหัวใจของเขาพลันจางหายไป
ตั้งแต่ยังเด็ก เขาที่อาศัยอยู่ในวังหลวงมองเงินทองของมีค่าแตกต่างจากคนอื่น
นอกจากอ๋องอวี้ที่อยู่ในราชสำนัก สี่จตุรเทพของเขาล้วนกุมอำนาจในราชอาณาจักรแห่งนี้
พรคคที่มีเครือข่ายยิ่งใหญ่ย่อมมีเงินทองมากมาย
อาจพูดได้ว่ากิจการภายใต้ชื่อของเขามีอยู่ราวครึ่งหนึ่งของต้าจิ้น
หากหลินเมิ้งหยารู้ว่านางได้แต่งงานกับองค์ชายที่มีทรัพย์สินเงินทองมากมายจนนับไม่ถ้วน นางจะรู้สึกว่าตัวเองโชคดีหรือไม่
มองตามหลงเทียนอวี้ที่เดินจากไป หลินเมิ้งหยากอดกล่องไม้อย่างทะนุถนอม
อยู่ๆ หัวใจพลันรู้สึกอบอุ่นขึ้นมา
มือเล็กลูบคลำกล่องไม้ นางไม่มีวันยอม