อันที่จริงนางไม่มีอะไรให้จัดเก็บมากนัก เหตุเพราะที่นี่เป็นที่อยู่ของนาง ข้าวของทั้งหมดยังคงถูกวางอยู่ในตำแหน่งเดิม
ห้องของป๋ายซูยังคงเป็นระเบียบเรียบร้อยดังเดิม
บางทีทุกคนคงคิดว่าหญิงสาวที่มักไม่พูดไม่จา แต่กลับรักเพื่อนพ้องคนนั้นอาจจะกลับมาที่นี่อีกครั้ง
หลินเมิ้งหยายืนอยู่ข้างโต๊ะอ่านหนังสือ สมุดคัดตัวอักษรที่เสี่ยวอวี้ใช้ฝึกยังคงวางอยู่บนโต๊ะ
ทว่าพู่กันที่เขามักจะใช้ขีดเขียนแห้งกรังหลังจากไม่มีใครหยิบจับมานาน ขนของพู่กันไร้ซึ่งความอ่อนนุ่มสวยงามเหมือนก่อน
หลินเมิ้งหยายิ้ม แต่กลับมิอาจทำใจโยนมันทิ้งไป
แม้จะเคยชินกับการจากลา แต่ลึกๆ ในใจกลับยังหวังว่าจะได้เจอเสี่ยวอวี้อีกครั้ง
“นายหญิง ท่านยังคงคิดถึงนายน้อยอวี้หรือ? ไม่รู้ว่านายน้อยอวี้จะได้กลับมาอีกครั้งเมื่อไหร่ ยิ่งไม่อาจรู้ได้เลยว่านายน้อยอวี้อยู่ด้านนอกนั่นได้กินหรือสวมใส่เสื้อผ้าหนาๆ หรือไม่”
ป๋ายจียกขนมบัวลอยเข้ามา กลิ่นหอมหวานทำให้หลินเมิ้งหยารู้สึกหิว
“เหตุใดเจ้าจึงทำเร็วขนาดนี้? ทุกคนได้กินหรือไม่?”
หลินเมิ้งหยานั่งลงบนเก้าอี้ ท่าทางตะกละตะกลามเผยออกมาให้เห็น
แม้วังหลวงจะหรูหรา แต่อาหารกลับไม่อร่อยเหมือนอย่างที่นี่
ทั้งที่เป็นเพียงบัวลอยธรรมดา แต่เมื่อได้กินกับทุกคนกลับหอมหวานเอร็ดอร่อยจนเกินจะพรรณนา
“ไม่หรอกเจ้าค่ะ ข้าทำไม่ทัน นี่เป็นสิ่งที่โรงครัวส่งมาให้ บางทีอาจเป็นความปรารถนาดีจากท่านอ๋อง”
ป๋ายจีแย้มยิ้มขณะเอ่ย
พวก