ทว่าหากไตร่ตรองให้ดีจะพบว่านั่นเป็นเพียงมุมมองของแคว้นศัตรูเท่านั้น
สุภาษิตกล่าวเอาไว้ว่า แว่นแคว้นมิควรแตกแยก
ตอนนี้ฮ่องเต้ประชวรอยู่ในตำหนักมานานนับปี อย่าว่าแต่การก่อกบฏเลย แม้แต่แคว้นของศัตรูที่จับตามองอยู่ตลอดเวลายังไม่คิดส่งทหารเข้ามาโจมตี
ส่วนเหตุผลน่ะหรือ? นั่นก็เพราะไม่ว่าการเมืองภายในอาณาจักรหรือกำลังทหารก็ล้วนอยู่ในกำมือของราชสำนัก!
ราชอาณาจักรของสกุลหลงหาใช่เต้าหู้อ่อนที่สกุลจูและสกุลจ้าวเหลือทิ้งไว้ไม่
แต่มนคืออาณาจักรที่เกิดขึ้นจากความพยายามจนแข็งแกร่งดั่งเหล็กกล้า
ส่วนพ่อสามีของนางคือผู้นำทัพในศึกชิงแผ่นดินคราวนั้น หลังจากขึ้นครองบัลลังก์ก็ไม่มีอำนาจใดๆ มาข่มขู่เขาได้
สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าบ้านเมืองแห่งนี้ถูกควบคุมอย่างสมบูรณ์แบบ
หรืออาจมีอีกความหมายหนึ่งว่าพี่ชายสกุลหลงของพวกเจ้าสามารถเบ่งอำนาจอย่างไรก็ได้ แต่ห้ามมิให้เข้ามาสั่นคลอนรากฐานของบ้านเมืองเป็นอันขาด
ฉะนั้นหลินเมิ้งหยาจึงเล็งเห็นเส้นตายของพวกเขา
ตอนนี้ไท่จื่อได้เขย่าขวัญประชาชนไปแล้ว แม้เขาจะไม่รู้เรื่องนี้ แต่คนที่กุมอำนาจอยู่ล้วนรู้เรื่องนี้
ฉะนั้นนางจึงมั่นใจว่าต้องมีคนชิงลงมือกำจัดคนของไท่จื่ออย่างแน่นอนเพื่อไม่ให้พวกเขาข่มเหงคนในต้าจิ้นได้อีก
เมื่อเรื่องเดินมาถึงขั้นนี้ แม้แต่ฮองเฮาเองก็มิอาจทำอะไรได้
สุดท้ายไท่จื่อก็ยังเป็นไท่จื่อ เขาแตกต่างจากฮ่องเต้มาก เขามิอาจปกครองใต้หล้าได้
แม้จะยังมีขุนนางคอยสนั