่อนที่ร่างของนางจะอ่อนยวบลงในอ้อมกอดของหลงเทียนอวี้
“สวรรค์โปรด นี่พวกเราทำเรื่องแบบนี้ท่ามกลางฝูงชนหรือ…ฮือ…”
เมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องเพราะความขวยเขินของหลินเมิ้งหยา รอยยิ้มพลันผุดขึ้นบนใบหน้า
โอบร่างของหญิงสาวที่ไม่ว่าจะพูดเช่นไรก็ไม่ยอมเอามือออกจากใบหน้าเรียวเล็กของตนเองเอาไว้ในอ้อมกอด
หลงเทียนอวี้หยักยิ้มกว้าง เพราะเหตุนี้เสด็จพ่อมักเร่งให้เขาหาชายาเอกอย่างนั้นสินะ
ดูเหมือนเทพสวรรค์จะเห็นใจเขา ฉะนั้นจึงส่งหญิงสาวในอ้อมกอดคนนี้มาให้
“ไม่เป็นไรหรอก ไม่มีใครเห็น”
กระซิบเสียงแผ่ว บางทีอาจเพราะเขาอารมณ์ดีเป็นอย่างยิ่ง ฉะนั้นรอยยิ้มจึงดูซุกซนไม่เหมือนก่อน
หลินเมิ้งหยาทั้งโกรธทั้งอาย กำปั้นเล็กๆ ทุบลงบนแผงอกของหลงเทียนอวี้
ทว่าการกระทำของนางยิ่งทำให้เขาหัวเราะหนักขึ้น
ยกมือขึ้นปิดหน้า ฝ่ามือของหลินเมิ้งหยาร้อนผ่าวเสมือนถูกไฟเผา แม้นางจะย้อนเวลามาจากอนาคต แต่ถึงกระนั้นเรื่องน่าอับอายเช่นนี้ทำให้นางขวยเขินจนมิกล้าสบตาใคร
“เอาล่ะ พวกเราไปดูดอกไม้ไฟกันดีกว่า ข้าจำได้ว่าเจ้าเคยทำดอกไม้ไฟในตำหนักหลิวซินมิใช่หรือ? เช่นนั้นพวกเราไปดูกันหน่อยเถิดว่าดอกไม้ไฟของชาวบ้านธรรมดาแตกต่างจากดอกไม้ไฟของเจ้าเช่นไร”
หลงเทียนอวี้ที่กำลังอารมณ์ดีเอื้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
หลินเมิ้งหยาที่ไม่อาจปฏิเสธได้จึงทำได้เพียงผงกศีรษะลง ทว่าใบหน้านวลแดงดั่งลูกมะเขือเทศกลับก้มลงมองพื้นไม่ยอมเงย
หลินเมิ้งหยาเคยเห็นควา