ด้ทุกเมื่อ เช่นนั้นตอนนี้เขาพานางไปปลอดปล่อยก่อนจะดีกว่า
องครักษ์จึงถอนกำลังออกไป แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีคนอีกมากที่คอยจับตาคุ้มกันหลงเทียนอวี้และหลินเมิ้งหยา
รถม้าเคลื่อนออกไปอย่างสงบ เหตุเพราะความเจ็บปวดเสียใจทำให้หลินเมิ้งหยาไม่รู้สึกตัวว่ารถม้ากำลังแล่นไปยังทิศทางอื่น
ไม่นานเสียงคนจ้อกแจ้กจอแจพลันดังขึ้นมาจากนอกรถม้า
หลินเมิ้งหยาถูกเสียงเอะอะเหล่านั้นดึงสติกลับมา มือเอื้อมไปแหวกผ้าม่านออก ก่อนจะได้เห็นผู้คนที่อยู่ภายนอก
“พี่หลินขุย พวกเรากำลังจะไปที่ใดหรือ? พวกเราจะกลับจวนไม่ใช่หรือ?”
หลินเมิ้งหยาถามอย่างฉงน ทว่าร่างของชายสวมใส่ชุดสีเทาพลันปรากฏต่อหน้านาง ดวงตากลมโตงดงามจับจ้องใบหน้าหล่อเหลาเปื้อนยิ้มของเขา
แตกต่างจากเมื่อก่อน วันนี้หลงเทียนอวี้หาใช้อ๋องอวี้ผู้กล้าหาญหรือองค์ชายสามผู้สูงศักดิ์
เขาสวมชุดสีเทา ร่างกายชั้นนอกถูกห่อหุ้มด้วยผ้าคลุมขนสัตว์สีดำ ยิ่งได้เห็นใบหน้างดงามราวกับถูกแกะสลักของเขา นางยิ่งรู้สึกเหมือนกำลังมองผลงานประติมากรรม
เขายื่นแขนยาวตรงสวยเข้ามา ก่อนฝ่ามือจะแบออก ดวงตาสีดำคมกริบเปล่งประกาย
“พวกเราออกไปเดินเล่นกันเถิด วันนี้ตรงกับวันที่สิบห้า ด้านนอกมีโคมไฟ ดอกไม้ไฟและไฟประดับริมแม่น้ำให้ชม”
เสียงอ่อนโยนแผ่วเบาที่ทำให้หัวใจอ่อนระทวยเปล่งออกมาชักชวน
ตอนแรกหลินเมิ้งหยาคิดจะปฏิเสธ แต่เมื่อสบตากับเขา นางกลับยื่นมือของตนไปวางบนฝ่ามือของเขาเบาๆ
อบอุ่นแต่หยาบกระด้าง