ูจึงไม่ทำภารกิจให้สำเร็จ แต่หลินเมิ้งหยารู้ดีว่าถ้าหากเก็บนางไว้ข้างกาย บางทีวันหนึ่งนางอาจต้องเผชิญหน้ากับทางเลือกที่ยากลำบาก
“ไม่ นายหญิง ข้าไม่ไป ข้าไม่อาจจากท่านไปได้ หากข้าเองก็จากไป แล้วใครจะปกป้องท่าน?”
หยาดน้ำตารินไหลนองหน้า
ทว่าหลินเมิ้งหยากลับยังหลับตาสนิท ราวกับนางกำลังเหนื่อยล้าและผิดหวังจนเกินจะทานทน
“หากเจ้าไม่ไป ท่านอ๋องจะต้องฆ่าเจ้าอยู่ดี หรือเจ้าอยากทำให้ข้าลำบากใจอย่างนั้นหรือ? ข้าไม่มีทางปกป้องศัตรู เขาเองก็รู้ดีว่าข้าเป็นคนเช่นไร ไปเถิด”
หลินเมิ้งหยาส่งเสียงเย็นชา
ป๋ายซูมองหลินเมิ้งหยาทั้งน้ำตา สุดท้ายนางทำได้เพียงกัดฟันแล้วเปิดประตูหลังรถม้า ก่อนจะจากไป
รถม้าเงียบกริบอยู่นาน ก่อนเสียงถอนหายใจจะดังขึ้น
ความรู้สึกสับสนวุ่นวายใจทำให้นางเจ็บปวดใจเหลือเกิน
“ท่านอ๋อง แม่นางป๋ายซูไปแล้วขอรับ จะให้พวกเรา….”
ด้านนอกรถม้า องครักษ์ที่คุ้มกันรถม้าอยู่ตลอดเวลาเข้ามารายงาน พวกเขาล่วงรู้ถึงตัวตนของป๋ายซูนานแล้ว
แต่เพราะท่านอ๋องออกคำสั่งเอาไว้ ฉะนั้นพวกเขาจึงมิได้ลงมือทำสิ่งใด
ดวงตาคมกริบของหลงเทียนอวี้มองทอดยาว เขายังคงไม่ออกคำสั่งให้จับตัวศัตรู
คนที่กำลังทรมานที่สุดในเวลานี้คือหลินเมิ้งหยามิใช่หรือ?
“พวกเจ้ากลับไปก่อนเถิด เปิ่นหวังจะพาพระชายาไปเดินเล่น”
ใบหน้าหล่อเหลาเย็นชาเผยร่องรอยของความอ่อนโยน
หลงเทียนอวี้เปลี่ยนความคิดกะทันหัน ถึงอย่างไรเขาก็สามารถพาหลินเมิ้งหยากลับจวนไ