ให้ฟังว่าเจ้าถูกอาจารย์เก็บมาเลี้ยงเพื่อปกป้องเสี่ยวอวี้ไปชั่วชีวิต ต่อให้เป็นคำสั่งของเสี่ยวอวี้ แต่เจ้าก็ไม่สามารถทิ้งเขาไปได้ ทว่าตอนนี้เจ้ากลับมาอยู่ข้างกายข้า เกรงว่านอกจากจะเป็นคำสั่งของเสี่ยวอวี้แล้ว เจ้ายังมีเหตุผลอื่นอีกใช่หรือไม่?”
น้ำเสียงเจือไว้ซึ่งความเย็นชาเล็กน้อย หลินเมิ้งหยาในเวลานี้เสมือนคนแปลกหน้าในสายตาของป๋ายซู
เมื่ออยู่ร่วมกันสี่คน หลินเมิ้งหยาปฏิบัติกับพวกนางเสมือนพี่น้อง แต่นางมิเคยสงสารศัตรู
ป๋ายซูหยักยิ้มขมขื่นเสมือนหัวใจกำลังถูกกรีด
หากย้อนเวลากลับไปได้ นางคงเลือกที่จะกลับไปยังบ้านเมืองของตนเองกับท่านอาเลี่ย
“นายหญิง ท่านพูดถูกแล้ว เหตุที่ข้ายังอยู่ต้าจิ้นก็เพราะท่านอาเลี่ยมอบหมายภารกิจให้แก่ข้า ข้าเป็นนักฆ่าแห่งกลุ่มเลี่ยอิ้ง ยิ่งไปกว่านั้น ภารกิจของข้าคือหาโอกาสสังหารฮ่องเต้แห่งต้าจิ้น”
แต่ละคำที่ป๋ายซูเอ่ยออกมาราวกับใบมีดที่กำลังกรีดหัวใจของหลินเมิ้งหยา
สายตาพลันเย็นชาดุจน้ำแข็ง หลินเมิ้งหยาไม่เคยคิดเลยว่าป๋ายซูที่นางมองว่าเป็นพี่น้องจะเป็นนักฆ่าที่แฝงตัวอยู่กับนาง
แม้ป๋ายซูจะเป็นคนเย็นชา แต่นางรู้ดี อันที่จริงเด็กคนนี้เป็นคนร่าเริงแจ่มใส
คิดไม่ถึงเลยว่าสุดท้ายนางจะได้รับสิ่งนี้เป็นการตอบแทน
หลังจากต่อสู้กับความคิดของตนเองครู่หนึ่ง หลินเมิ้งหยาหลับตาลง
“เจ้าไปเถิด”
เพียงสามคำสั้นๆ แต่แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่ขาดสะบั้น
แม้จะไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดป๋ายซ