นั้น
“ป๋ายซู เจ้าคิดว่าพวกเรายังจะได้เจอซูหลานอีกหรือไม่?”
หลินเมิ้งหยามิได้แหวกผ้าม่านออกดู แม้จะรู้สึกไม่อาจทำใจแยกจาก แต่สุดท้ายนางก็ต้องไปอยู่ดี
สู้กลับไปทั้งอย่างนี้จะดีกว่า ความคิดถึงอาจน้อยลงไปบ้าง
“จะต้องได้เจออีกแน่นอนเจ้าค่ะ นายหญิงยังต้องเข้าวังอีกไม่ใช่หรือเจ้าคะ?”
ป๋ายซูก้มหน้าลงไม่มองหลินเมิ้งหยา
ทว่าหลินเมิ้งหยากลับถอนหายใจ ใบหน้าเรียวเล็กรูปไข่เผยให้เห็นความเหนื่อยล้า
“เจ้ายังคิดจะปิดบังข้าอีกนานแค่ไหน? ป๋ายซู เจ้ายังมีเรื่องปิดบังข้าอีกมากน้อยเพียงใด?”
นับตั้งแต่หลินเมิ้งหยาเอ่ยถาม บรรยากาศภายในรถม้าพลันอึมครึม
ป๋ายซูเหงยหน้าขึ้นด้วยอาการตื่นตระหนก ใบหน้าเรียวเล็กไร้ซึ่งความเย็นชา ดวงตาเบิกกว้าง สบตาหลินเมิ้งหยานิ่ง ราวกับนางไม่อยากจะเชื่อว่านายหญิงล่วงรู้ถึงเรื่องที่นางกำลังปิดบังเอาไว้อย่างเนิ่นนาน
“นาย…นายหญิง ท่านพูดเรื่องอะไร? ข้า…ข้าไม่เข้าใจ…”
ป๋ายซูอยากให้หลินเมิ้งหยาเชื่อว่าตนเองมิได้ปิดบังเรื่องใดไว้ทั้งสิ้น
แต่หลังจากได้เห็นสายตาผิดหวังของหลินเมิ้งหยา สุดท้ายนางทำได้เพียงกลืนคำพูดของตนเองลงไป
“ท่าน…รู้ทุกอย่างแล้วหรือเจ้าคะ?”
ส่งเสียงแผ่วเบาเสมือนไร้เรี่ยวแรง อยู่ๆ หลินเมิ้งหยาก็รู้สึกหนาวเหน็บไปทั้งหัวใจ
สายลมเย็นยะเยือกพัดผ่านหัวใจที่กำลังหนาวเหน็บ หลินเมิ้งหยาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าที่สุดแล้วตนเองกำลังรู้สึกเช่นไร
“ข้าไม่รู้ แต่ข้าอยากรู้บางอย่าง เจ้าเคยเล่า