านอำนวยความสะดวกให้ด้วย”
ซูหลานอยู่ในวังหลวงมานาน แต่นางกลับรู้สึกไม่คุ้นหน้าคุ้นตาองครักษ์เหล่านั้น
เอ่ยอย่างเกรงใจและระมัดระวังตัว
“ที่แท้ก็เป็นเกี้ยวของชายาอวี้ แต่ข้าได้รับคำสั่งมาว่ามีของสำคัญชิ้นหนึ่งหายไปจากวังหลวง ฉะนั้นจำเป็นต้องตรวจสอบทุกคนที่ออกจากวัง ในเมื่อชายาอวี้ต้องการออกจากวัง เช่นนั้นพวกเราคงต้องล่วงเกินแล้ว”
องครักษ์เอ่ยเสียงแข็ง ขณะที่ซูหลานคิดจะปฏิเสธ อยู่ๆ เสียงอ่อนหวานนุ่มนวลพลันดังขึ้นมาจากในเกี้ยว
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เช่นนั้นพวกข้าคงมิอาจปฏิเสธได้ ป๋ายซู ซูหลาน พวกเจ้าจงให้ความร่วมมือกับพวกเขาเถิด”
แขนเรียวยาวขาวดุจหิมะแหวกผ้าม่านหน้าเกี้ยวออก ก่อนที่หลินเมิ้งหยาจะเผยใบหน้าเปื้อนยิ้มออกมาต่อหน้าทุกคน
เหล่าองครักษ์รีบค้อมตัวลงถวายคำนับ เหตุเพราะตอนนี้ฐานะของหลินเมิ้งหยาสูงกว่าพวกเขามาก
“ชายาอวี้ได้โปรดอภัยด้วย เข้ามา ตรวจสอบให้ละเอียด จงเร่งมือหน่อยอย่าทำให้พระชายาต้องเสียเวลา”
หัวหน้าองครักษ์โบกมือให้สัญญาณ ลูกน้องของเขาสองคนจึงเข้ามาตรวจสอบสิ่งของของหลินเมิ้งหยา
เงินทองถูกวางอยู่ในหีบเล็ก หลังจากพวกเขาได้เห็นแล้วจึงค้นหาสิ่งอื่นต่อ
ทว่าพวกเขากลับสนใจชุดกระโปรงมากเป็นพิเศษ
ตรวจสอบอย่างละเอียดโดยไม่เว้นแม้แต่ด้ายเส้นเดียว
หลินเมิ้งหยาทำเพียงพาสาวใช้ของตนเองทั้งสองออกมายืนด้านข้างเงียบๆ นางไม่ห้ามหรือพูดอะไร อันที่จริงหลินเมิ้งหยาไม่แม้แต่จะมองชุดเหล่านั้นเลย