ด้วยซ้ำ
“มีเบาะแส!”
ผลปรากฏว่าหลังจากที่ตรวจสอบชุดซึ่งพระสนมเสียนเฟยส่งมาให้แล้ว ดวงตาขององครักษ์ผู้นั้นเปล่งประกายขณะจับมุมเสื้อเอาไว้
ทุกคนเดินเข้าไปดู ทว่าหลินเมิ้งหยากลับห้ามสาวใช้ทั้งสองเอาไว้และรอดูการแสดงของพวกเขาเงียบๆ
“หยิบออกมา!”
แม้หัวหน้าองครักษ์จะขมวดคิ้วเข้าหากัน ทว่าสายตากลับเปล่งประกาย เหตุเพราะแผนการในคราวนี้ถูกตระเตรียมเอาไว้เรียบร้อยแล้ว
“ขอรับ!”
องครักษ์ตอบรับคำสั่ง ก่อนจะเปิดชุดออก
ภายในชั้นผ้าฝ้ายมีหนังสือเล่มสีแดงสดซ่อนอยู่ ตัวอักษรด้านบนเขียนสิ่งที่สามารถคร่าชีวิตผู้อื่นได้…ชีพจร!
“รายงานใต้เท้า นี่คือบันทึกชีพจรของฮ่องเต้ที่หายไปขอรับ! คิดไม่ถึงเลยว่าจะถูกซ่อนอยู่ในชุดของชายาอวี้”
องครักษ์เหล่านั้นพลิกกระดาษเปิดดู แม้พวกเขาจะไม่เข้าใจ แต่ภายในเขียนรายชื่อยาเอาไว้มากมาย
คิ้วของหัวหน้าองครักษ์ขมวดเข้าหากัน มือจับดาบในแน่น แต่เพราะคำนึงถึงฐานะของหลินเมิ้งหยา ฉะนั้นเขาจึงมิได้หันดาบมาที่นาง
“ชายาอวี้ เมื่อครู่สำนักหมอหลวงแจ้งว่าบันทึกชีพจรของฮ่องเต้หายไป คิดไม่ถึงเลยว่าจะถูกเก็บซ่อนเอาไว้ที่นี่ ข้าน้อยขอล่วงเกินท่าน พระชายาได้โปรดไปพบฮองเฮากับข้าน้อยด้วยเถิด”
ต่อให้เป็นคนโง่หลินเมิ้งหยาก็เดาออกว่าตอนนี้กำลังเกิดอะไรขึ้น
อันที่จริงสิ่งที่พวกเขากำลังหาคือบันทึกชีพจรที่เสี่ยวเฟิงขโมยไป ส่วนสำนักหมอหลวงก็ทำเพียงรายงานว่าบันทึกชีพจรหายไป
กอปรกับการที่พบเจอบันทึกเล่ม