ั่นเป็นแผนการของใครบางคน แต่ถึงกระนั้นยังไม่อาจทำอะไรนางได้ เช่นนั้นเจ้าคิดหรือว่าวิธีการตื้นๆ เช่นนี้จะสามารถทำอะไรนางได้?”
แต่ถึงกระนั้นซูถงก็ยังเชื่อว่าสาเหตุที่หลินเมิ้งหยาเอาตัวรอดได้ทุกครั้งมิใช่เพราะนางมีความสามารถ
วังหลวงจะต้องมีคนของหลงเทียนอวี้คอยจับตามองอยู่อย่างแน่นอน ยิ่งไปกว่านั้นหลินมู่จือยังเป็นขุนนางเก่าแก่ เขาไม่เชื่อหรอกว่าจะไม่มีคนคอยช่วยเหลือนาง
“เช่นนั้นพวกเราทำได้เพียงมองนางจากไปเช่นนี้หรือ?”
ชุ่ยสือมิอาจทำใจยอมรับเรื่องนี้ได้ พวกเขากุมอำนาจในสำนักหมอหลวงมานานหลายปี ไม่ว่าฮองเฮาหรือคนอื่นๆ ก็ล้วนให้ความสำคัญแก่พวกเขาทั้งสิ้น
ทว่าหลินเมิ้งหยากลับมิสนใจใยดี ไม่แม้กระทั่งมองเห็นพวกเขาอยู่ในสายตา
แล้วพวกเขาจะทนนิ่งดูดายเช่นนี้ได้อย่างไร
“จะออกไปอย่างปลอดภัยหรือไม่พวกเราคงไม่อาจรู้ได้ ฮึ หลังจากได้ตรวจชีพจรของฮ่องเต้แล้ว เจ้าคิดหรือว่าคนพวกนั้นจะเก็บนางเอาไว้? เหล่าชุ่ย พวกเรามานั่งบนภูดูพยัคฆ์กัดกันเถิด หากพวกเขาทั้งสองฝ่ายพ่ายแพ้ เช่นนั้นย่อมส่งผลดีต่อพวกเรามิใช่หรือ”
จิ้งจอกเจ้าเล่ห์ยังคงเป็นจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ ดวงตาของซูถงเปล่งประกาย
แม้คนของสำนักหมอหลวงจะดูเหมือนยุ่งอยู่กับงานเล็กงานน้อย แต่อันที่จริงเขารู้ดี นับตั้งแต่วันที่ฮ่องเต้ประชวร ราชสำนักเริ่มไม่สงบสุข โดยเฉพาะสำนักหมอหลวงที่ต้องเลือกยืนข้างผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด
หากเทียบกับการต่อสู้กับหลินเมิ้งหยา เรื่อ