งนี้นับเป็นเรื่องเล็กน้อย
“ใต้เท้าซูฉลาดเฉลียวยิ่งนัก ข้าเข้าใจแล้ว”
แม้ชุ่ยสือจะเอ่ยเช่นนี้ แต่ดวงตาของเขายังเผยให้เห็นร่องรอยของความดื้อรั้น
เหตุที่เขาตกเป็นรองซูถง หาใช่เพราะความสามารถของเขามีไม่เพียงพอ แต่เพราะคนผู้นี้ประจบประแจงเก่ง
ทว่าตอนนี้อำนาจใกล้จะถูกสับเปลี่ยนเต็มที ฉะนั้นควรถึงเวลาผลัดเปลี่ยนผู้นำแล้ว
หลินเมิ้งหยากลับมายังเรือนเล็ก แน่นอนว่านางไม่รู้เลยว่าตนเองเป็นสาเหตุที่ทำให้ศัตรูจะก่อสงครามกันเอง
“นายหญิง พวกเราจะกลับไปแล้วหรือเจ้าคะ?”
ภายในเรือนเล็ก ป๋ายซูช่วยหลินเมิ้งหยาจัดเก็บเงินทองสิ่งของต่างๆ
แม้ซูหลานจะไม่เอ่ยถาม แต่นางก็ช่วยป๋ายซูเก็บของ
อวี้เฉียงกลับไปยังเรือนของเขาแล้ว ทุกคนล้วนมีทางเดินเป็นของตนเอง หลินเมิ้งหยาจึงไม่รั้งเขาเอาไว้
“เก็บของก่อนเถิด ข้าคิดว่าการออกจากวังยากกว่าการเข้ามาในวังเสียอีก”
จนกระทั่งตอนนี้วังหลวงยังคงเงียบสงบ ไม่มีใครเข้ามาหาเรื่องนาง หลินเมิ้งหยาจึงรู้สึกถึงความผิดปกติ
หากเป็นไปตามที่นางคาดเดา ฮองเฮาไม่มีทางขังนางเอาไว้ในวังหลวง แต่ถึงกระนั้นก็ต้องส่งคนมาลอบสอบถามนาง
ทว่านางยังไม่ได้พบหน้าฮองเฮาเลยแม้แต่น้อย
กลับกันกับพระสนมเสียนเฟย นางมักจะพาองค์ชายสิบมาเยี่ยมเยียนตนเองบ่อยครั้ง
“ขออนุญาต ไม่ทราบว่าชายาอวี้อยู่หรือไม่?”
เพียงพูดถึงความซวย ความซวยก็มา
หลินเมิ้งหยาที่กำลังนึกถึงพระสนมเสียนเฟยเห็นนางในคนสนิทของพระสนมเสียนเฟยมาปรากฏต