ะสามารถออกจากวังหลวงได้แล้ว เมืองหลวงมีร้านยาชื่อร้านสามสหาย หากเจ้าต้องการพบข้า เช่นนั้นจงไปที่นั่นและขอพบท่านลุงป๋าย เขาจะจัดการทุกอย่างให้เอง”
หลินเมิ้งหยากระซิบบอกชิวอวี้เสียงเบา
อยู่ๆ ภายในตำหนักของฮ่องเต้พลันเกิดเสียงชามแตกขึ้น ทั้งสองรีบวิ่งเข้าไปดู ก่อนจะพบป๋ายซูซึ่งมีสีหน้าไม่เป็นมิตรนักกำลังจ้องนางในคนหนึ่งที่กำลังหดตัวด้วยความหวาดกลัว
“เกิดเรื่องอันใดขึ้น?”
หลินเมิ้งหยาขมวดคิ้วแน่นขณะมองเหตุการณ์เบื้องหน้า
ชามยาแตกละเอียดแทบเท้าของป๋ายซู แม้แต่กระโปรงสีดอกบัวเองก็เปรอะเปื้อนด้วยยา
ราวกับนางในคนนั้นต้องการหาคนช่วยเหลือ นางรีบวิ่งเข้าไปหลบด้านหลังชิวอวี้ ก่อนจะจับแขนเสื้อของเขาแน่นราวกับกำลังหวาดกลัวป๋ายซูเป็นอย่างมาก
“หนู่…หนู่ปี้ไม่ทันระวังก็เลยชนเข้ากับแม่นางคนนี้เจ้าค่ะ ใต้เท้าชิว หนู่ปี้มิได้ตั้งใจนะเจ้าคะ”
นางในเอ่ยเสียงสั่น ทว่านางกลับหลบตามิกล้าสบตากับป๋ายซู
“ไม่เป็นไร คราวหน้าเจ้าจงระวังให้ดี ป๋ายซู เจ้าจงตามข้ามา”
หลินเมิ้งหยาเรียกป๋ายซูออกมาถามไถ่เรื่องราว
บางทีอาจเพราะนางในคนนั้นทำยาหกใส่ป๋ายซู ฉะนั้นสีหน้าของป๋ายซูจึงเย็นชาดุจน้ำแข็ง
“เจ้านี่หนา นางในคนนั้นหาได้ตั้งใจไม่ เหตุใดเจ้าต้องโกรธนางด้วยเล่า?”
หลินเมิ้งหยาบ่นป๋ายซูเล็กน้อยขณะนั่งลงบนเก้าอี้ในห้องชั้นนอก
แต่ถึงกระนั้นนางก็หยิบยาเพื่อเตรียมทำแผลที่ถูกยาลวกใส่ให้กับป๋ายซู
“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะนายหญิง นี่เป็น