นางใกล้จะได้เจอเขาแล้วใช่หรือไม่?
มิรู้ว่าเพราะเหตุใด อยู่ๆ หัวใจพลันรู้สึกกระตือรือร้นขึ้นมา
ขณะเดียวกัน ณ กรมกลาโหม
ชุดสีเท้าปักดิ้นทองลายเมฆยับยู่ยี่เล็กน้อย
มงกุฎทองครอบศีรษะเอนเอียง
มือกำจดหมายฉบับหนึ่ง คิ้วขมวดเข้าหากันแน่น ดวงตาคมกริบสีดำขลับจ้องเนื้อหาในจดหมายทุกตัวอักษร
ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่แขนยาวสวยจะเหยียดออกแล้วยื่นมือเข้าไปหยิบพู่กันจุ่มหมึกเพื่อเขียนข้อความลงไป
ช่วงเวลาที่ผ่านเลยไป เขาไม่รู้ตัวเลยว่าตนเองอยู่ในท่าทางเช่นนี้นานขนาดไหนแล้ว
หลงเทียนอวี้ซึ่งนั่งอยู่หลังโต๊ะจัดการเอกสารเกี่ยวกับกองทัพทางฝั่งตะวันตกเฉียงใต้จนเสร็จ มือหนายกขึ้นนวดคลึงดวงตาที่อ่อนล้า เขามิได้พักสายตามาเป็นเวลาหนึ่งวันหนึ่งคืนแล้ว
“ท่านอ๋องพักสักหน่อยเถิดพ่ะย่ะค่ะ”
หลินขุยยกถ้วยชามาวางลงบนโต๊ะ
สายตาที่กำลังมองหลงเทียนอวี้เปี่ยมไปด้วยความกังวล ทว่าหลงเทียนอวี้กลับทำเพียงพยักหน้าลง แต่ไม่เงยหน้ามองเขาเลยแม้แต่น้อย
“จริงสิ วันนี้มีข่าวอะไรจากทางวังหลวงบ้าง?”
เสียงทุ้มต่ำแหบแห้งเพราะความเหนื่อยล้า
หลินขุยรีบตอบคำถามทันที
“เมื่อคืนวังหลวงเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ ได้ยินมาว่ากองฝ่ายในเกือบถูกเผาจนวอดวายพ่ะย่ะค่ะ โชคดีที่กองฝ่ายในอยู่ห่างจากเรือนของพระชายาค่อนข้างมาก วันนี้พระชายาได้เข้าเฝ้าเพื่อถวายการตรวจชีพจรแก่ฮ่องเต้แล้ว คาดว่าเวลานี้น่าจะกลับถึงเรือนแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
อยู่ๆ มือที่กำลังจับพู่กันพล