ชิวอวี้มีท่าทางสงบนิ่ง จัดการงานอย่างเป็นระบบระเบียบ หลินเมิ้งหยาพลันนึกถึงใครบางคนขึ้นมา
วังหลวงล้วนมีแต่เรื่องน่าพิศวง ขันทีที่ภายนอกดูไร้ประโยชน์คนหนึ่งกลับเคยเป็นถึงแม่ทัพผู้องอาจ เช่นนั้นหมอหลวงที่ดูไร้อำนาจคนนี้เป็นใครมาจากไหนกันนะ?
หลังจากจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ชิวอวี้หันหน้ากลับมาหาหลินเมิ้งหยา ก่อนจะได้เห็นท่าทางสนใจใคร่รู้ของนาง
“อะไร? ตัวข้ามีสิ่งผิดปกติอันใดหรือ?”
ชิวอวี้ก้มหน้าสำรวจตนเอง โชคดีที่หาได้มีสิ่งใดผิดปกติไม่
หลินเมิ้งหยาส่ายหน้าพลางหัวเราะ พวกเขาเป็นคนฉลาด นางรู้ดีว่าต่อให้ถามออกไปก็คงมิได้รับคำตอบ
คงต้องรอวันที่เขาจะเป็นฝ่ายบอกความจริงกับนางเอง
“ข้าแค่แปลกใจว่าเพราะเหตุใดคนในตำหนักนี้จึงเชื่อฟังคำพูดของเจ้า ดูเหมือนหมอชิวจะมิได้แสดงความสามารถออกมาอย่างเต็มที่ตอนที่อยู่ในสำนักหมอหลวงอย่างนั้นสินะ”
หลินเมิ้งหยาทำเพียงหยักยิ้มล้อเลียน ชิวอวี้กลับเข้าใจความหมายของนาง
ใบหน้าหล่อเหลาแย้มยิ้มบางๆ ทว่าสายตากลับเผยให้เห็นความประหม่า
“นี่เป็นสิ่งที่ฮ่องเต้รับสั่งเอาไว้ก่อนจะบรรทมไม่ฟื้น ทุกคนในวังล้วนมีความจงรักภักดี ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขายังถูกขังอยู่ที่นี่หนึ่งปีเต็มแล้ว”
ที่แท้ก็เป็นพระบัญชาจากฮ่องเต้? หลินเมิ้งหยากวาดสายตามอง สีหน้าของทุกคนล้วนหวาดระแวง
นี่คือปฏิกิริยาของคนที่มิได้ออกไปเผชิญกับโลกภายนอกเป็นเวลานาน
ที่แท้ก็เป็นแบบนี้ ดูท่าพระอาการของฮ่องเต้คงเล