หัวใจของหลินเมิ้งหยาราวกับถูกหมอกควันแห่งความสงสัยปกคลุม
สมองประมวลผลหลายพันหลายหมื่นรอบ
ฮ่องเต้ประชวรหนัก หากอิงตามธรรมเนียมปฏิบัติแล้ว ทั้งพระสนมและองค์ชาย หรือแม้กระทั่งญาติสนิทก็ควรเข้าวังเพื่ออวยพรขอให้ฮ่องเต้หายจากพระอาการประชวร
แม้พวกเขาจะไม่ได้เข้าวัง แต่ถึงกระนั้นฝ่ายในก็ควรตระเตรียมสิ่งของที่ใช้สำหรับจัดพิธีถวายพระเพลิงพระศพ
หนึ่ง เพื่อป้องกันมิให้เกิดการล่าช้า
สอง เพื่อเตรียมงานเฉลิมฉลอง
เหตุเพราะทันทีที่ฮ่องเต้สวรรคต ไท่จื่อจะต้องขึ้นครองราชย์ ฉะนั้นพวกเขาไม่มีเหตุผลต้องปิดบังเรื่องนี้เลยแม้แต่น้อย
พวกเขาไม่คิดจะจัดเตรียมงานศพอย่างนั้นหรือ?
คาดว่าจะต้องมีเรื่องราวบางอย่างที่ไม่อาจเปิดเผยแก่ผู้คนได้อย่างแน่นอน
“แต่ข้าพบอะไรบางอย่าง”
เมื่อเห็นท่าทางเคร่งขรึมของหลินเมิ้งหยา อวี้เฉียงนึกถึงรายละเอียดเล็กๆ ขึ้นมาได้ คิ้วของเขาขมวดเข้าหากันแน่น
“ฮ่องเต้มักฝึกฝนร่างกายอยู่เป็นประจำ ฉะนั้นลมหายใจควรสม่ำเสมอมั่นคง แต่คืนวันนั้นข้ากลับพบว่าฮ่องเต้หายใจรวยริน ทว่าชีพจรกลับมิได้อ่อนแรงตาม”
คำพูดของอวี้เฉียงทำให้ดวงตาของหลินเมิ้งหยาเปล่งประกาย
ผู้ป่วยโรคเรื้อรังส่วนใหญ่ภายนอกมักดูแข็งแรง แต่ภายในกลับอ่อนแอ
ยกตัวอย่างเช่น แม้คนบางคนจะมีใบหน้านวลแดง แต่อันที่จริงร่างกายอ่อนแอมาก เวลาปกติอาจมองไม่ออก แต่หากได้เดินไปไม่กี่ก้าวก็มีเหงื่อซึมเต็มหน้าแล้ว
แต่พระอาการของฮ่องเต้กลับตรงกันข้าม