ย ก่อนจะยกนิ้วขึ้นนวดขมับแล้วส่ายหน้า
“ไม่เป็นไร เกรงว่าคนที่ไม่ได้นอนทั้งคืนหาใช่ข้าเพียงคนเดียวไม่ จริงสิ หากถึงสำนักหมอหลวงแล้ว เจ้าห้ามพูดเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนออกมาแม้แต่คำเดียว หากมีคนแอบมาสอบถาม เจ้าจงบอกว่าเมื่อคืนพวกเราหลับเป็นตายจึงไม่ได้ยินอะไรทั้งสิ้น”
ป๋ายซูผงกศีรษะลง แม้หลินเมิ้งหยาจะไม่กำชับ แต่นางก็รู้เรื่องนี้ดี
หลังจากที่เข้าวังมา แม้นางจะโง่ แต่นางก็รู้ดีว่าการหาเหาใส่หัวไม่ใช่เรื่องดี
โดยเฉพาะในสถานการณ์อ่อนไหวเช่นนี้
นางที่อยู่ข้างกายนายหญิงรู้ดีกว่าใครว่านายหญิงต้องพยายามมากขนาดไหนจึงจะเดินมาอยู่จุดนี้ได้
คนที่คอยสนับสนุนนายหญิงเองก็ต้องเสียสละมากมายเพื่อที่จะทำให้นางได้เข้าวัง
ฉะนั้นวันนี้นางจะต้องระมัดระวังตัวมากเป็นพิเศษ
เมื่อเดินมาจนสุดทาง ในที่สุดพวกนางก็มาถึงสำนักหมอหลวง
วันนี้แตกต่างจากทุกวัน เหตุเพราะเสียงจากภายในดังเอะอะจนเล็ดลอดออกมาข้างนอก เพียงหลินเมิ้งหยาเดินผ่านประตูเข้ามา นางก็ได้เห็นแพทย์ฝึกหัดถือกล่องยาวิ่งไปมาอย่างวุ่นวาย
“ขอถามหน่อยได้หรือไม่ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นอย่างนั้นหรือ? เหตุใดพวกท่านจึงดูยุ่งวุ่นวายถึงเพียงนี้”
หลังจากได้รับสัญญาณจากหลินเมิ้งหยา ป๋ายซูจึงแสร้งทำท่าทีมิรู้เรื่องรู้ราวเข้าไปถามแพทย์ฝึกหัดคนหนึ่ง
สีหน้าของแพทย์ฝึกหัดคนนั้นแสดงออกให้เห็นว่ากำลังหมดความอดทน แต่หลังจากที่เขาได้เห็นใบหน้าของป๋ายซู รอยยิ้มพลันปรากฏขึ้นบนใบ