เรือนหลายรอบ ทันทีที่ได้เห็นเจ้านายของตน นางคิดอยากไถ่ถามเหตุการณ์ทั้งหมดให้ชัดเจน
“นี่….ท่านหัวหน้าอวี้มิใช่หรือ?”
ซูหลานมองคนที่หลินเมิ้งหยาและป๋ายซูประคองเข้ามาด้วยอาการตกตะลึง
ตอนนี้อวี้เฉียงกำหมัดแน่น ลมหายใจติดขัด สีหน้าขาวซีด
ซูหลานรีบเข้าไปพยุงเขาเข้าไปในเรือนเล็ก
“รีบไปต้มน้ำและนำผ้าสะอาดมา ท่านหัวหน้าอวี้ได้รับบาดเจ็บ”
หลินเมิ้งหยาออกคำสั่ง ขณะที่ป๋ายซูและซูหลานออกไปเตรียมของ นางจึงรีบตรวจสอบบาดแผลของอวี้เฉียง
อาการบาดเจ็บภายนอกไม่สาหัส เหตุที่อวี้เฉียงมีสภาพอ่อนแอเช่นนี้ก็เพราะการต่อสู้ที่ต่อเนื่องกินเวลานาน ดังนั้นเรี่ยวแรงของเขาจึงเหือดหายไปหมด
“วางใจเถิด ตาแก่อย่างข้าไม่ตายง่ายๆ หรอก แต่ทำไมเจ้าถึงไปปรากฏตัวที่นั่นได้?”
หลินเมิ้งหยาสบายใจขึ้น ดังนั้นจึงเล่าเรื่องที่ตนเองไปยังกองฝ่ายในให้เขาฟัง
“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้นี่เอง ฮึ หากดูจากวิธีการที่คนผู้นั้นใช้ เกรงว่าป่านนี้แม่นางเจินจูคงจะมิได้อยู่บนโลกใบนี้อีกแล้ว เท่าที่ฟังจากคำบอกเล่าของเจ้า ข้าพอรู้แล้วว่าจุดที่เกิดเพลิงไหม้คือเรือนพักฟื้นของนางในที่เจ็บป่วย ดูเหมือนแม่นางเจินจูจะจบชีวิตลงที่นั่นแล้ว”
หลินเมิ้งหยาคาดเดาเรื่องนี้เอาไว้แล้ว
โรคระบาดหาใช่เรื่องล้อเล่น ไม่ว่าจะฝังศพหรือปล่อยศพลงน้ำก็ล้วนเป็นการแพร่เชื้อโรคทั้งสิ้น
การเผาดูจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด
ทว่าผู้บริสุทธิ์จำนวนมากต้องมาจบชีวิตลงไปด้วย
เพียงคิดถึงผู้บริส