วะนี้กระโดดเตะจนร่างของเขากระเด็นไปกระแทกกับหน้าต่างภายในห้อง
“แค่ก แค่ก”
กระอักไอเสียงดัง อวี้เฉียงเลียเลือดบริเวณมุมปาก ดวงตาคมกริบพลันเปล่งประกาย
วินาทีต่อมา ท่าทางของเขาราวกับคนอับจนหนทาง มือเอื้อมไปหยิบหม้อดินหนึ่งใบโยนใส่พวกชายชุดดำ
เห็นได้ชัดว่าหม้อใบนั้นมิอาจหยุดยั้งการเคลื่อนไหวของพวกคนเหล่านั้นได้
ชายชุดดำซึ่งยืนอยู่ด้านหน้าสุดใช้ดาบในมือฟันหม้อใบนั้นจนแตกกระจาย
กลิ่นเหล้าหอมหวานพลันตลบอบอวลไปทั่วทั้งห้อง
หลินเมิ้งหยาอดชื่นชมอวี้เฉียงไม่ได้
สมแล้วที่เป็นจิ้งจอกเฒ่า เขาสามารถฉกฉวยโอกาสทำให้ตนเองกลายเป็นผู้ชนะได้
แววตาของชายชุดดำเปี่ยมไปด้วยความหยิ่งผยองลำพองใจ
ก็แค่เหล้าเท่านั้น อีกไม่นานไอ้แก่นี่ก็จะหมดลมหายใจแล้ว
แต่คิดไม่ถึงเลยว่าเวลาเพียงชั่วพริบตา เสียงกรีดร้องอันแสนทรมานจะดังขึ้น
“โอ๊ย ร้อนนัก ร้อน….ร้อนมากเลย”
อวี้เฉียงหยักยิ้ม ท่าทางพ่ายแพ้เมื่อสักครู่พลันหายไป
“นี่คือเหล้าดอกเหมยที่ข้าบ่มมานานถึงห้าปี วันนี้ข้าขอมอบให้พวกเจ้าดื่มแล้วกัน!”
พวกชายชุดดำตื่นตระหนก อยู่ๆ ลูกน้องบางคนก็เกิดไฟลุกท่วมตัว
เหล้าคือเชื้อเพลิงชั้นดี!
ยิ่งไปกว่านั้น เสื้อผ้าที่พวกเขาสวมถูกอุณภูมิที่สูงขึ้นทำให้แห้งเหมาะแก่การติดไฟ
เสียงร้องโหยหวนอย่างทรมานดังขึ้น เปลวไฟแผดเผาเนื้อหนังจนถึงกระดูก พวกที่ถูกเหล้าสาดใส่ลำตัวท่วมไปด้วยเปลวไฟร้อนระอุ
เสียงกรีดร้องดังลั่นเสมือนคนกำลังจะขาดใจ
ทว่าหลิน