พจรของฮ่องเต้ถูกเปิดเผยแล้ว พรุ่งนี้ข้าจะเป็นคนถวายการตรวจชีพจรแก่ฮ่องเต้ด้วยตนเอง ต่อจากนี้ไปคงไม่รบกวนพวกท่านแล้ว”
หลินเมิ้งหยากล่าวจบจึงเดินจากไป นางทิ้งพวกหมอหลวงเอาไว้เบื้องหลัง พวกเขาทรุดตัวนั่งลงกับพื้นอย่างหมดแรงแล้วหันไปมองหน้ากัน
หากศาลต้าหลี่รับหน้าที่ไต่สวนนั่นเท่ากับว่าคนทั้งราชสำนักจะต้องรู้เรื่องนี้ ในที่สุดดวงตาของซูถงก็มืดสนิท ไร้ซึ่งประกายแสงแห่งความหวัง
คิดไม่ถึงเลยว่า….
ด้านนอกสำนักหมอหลวง สีหน้าของหลินเมิ้งหยาและป๋ายซูยังคงเคร่งขรึม
สีสันของกำแพงยังคงงดงาม แต่ในสายตาของหลินเมิ้งหยากลับรู้สึกว่าน่ารังเกียจ
“นายหญิง เช่นนั้นพวกเราออกจากวังหลวงดีหรือไม่เจ้าคะ?”
ป๋ายซูลองเอ่ยโน้มน้าว นางหาได้กลัวมีดหรือปืนไม่ แต่สิ่งที่ทำให้นางรู้สึกหวั่นใจคือกลอุบายในวังหลวงที่มีอยู่ทุกหย่อมหญ้าต่างหาก
เล่ห์กลเหล่านั้นเป็นสิ่งที่พบเจอได้ทั่วไปในวังหลวง ไม่ว่าการทำร้ายเด็กน้อยหรือทำร้ายผู้บริสุทธิ์ ทุกอย่างล้วนเป็นกลอุบายอันแสนโหดเหี้ยมอำมหิต
“ออกจากวัง? กว่าพวกเราจะมาอยู่จุดนี้ได้ต้องเหยียบเลือดเนื้อของคนอื่นมามากมาย หากพวกเราออกไปตอนนี้แล้วใครจะร้องขอความเป็นธรรมให้แก่คนเหล่านั้นกันเล่า?”
ความตายกลายเป็นฝันร้ายของหลินเมิ้งหยา
นางมักฝันถึงภาพที่พี่เยว่ถิงกระโดดลงจากหน้าผา
ความรู้สึกผิดและความเสียใจวนเวียนหลอกหลอนนางทุกค่ำคืน นางมักตะโกนอยู่ในความฝันว่าจะแก้แค้นให้กับพี่เยว่ถิง แต่