่มน้ำหวานเข้าไปไม่นาน อาการของเขาก็ค่อยๆ ทรงตัว สีหน้ากลับมาแดงระเรื่อเหมือนเก่า หัวคิ้วก็ค่อยคลายออกจากกัน
หลินเมิ้งหยาตรวจชีพจรของเขาอีกครั้งหนึ่ง ก่อนจะรู้สึกเบาใจ นางบอกกับทุกคนว่าอาการขององค์ชายสิบไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแล้ว ดังนั้นทุกคนจึงถอนหายใจยาว
ตอนนี้เลยเที่ยงคืนแล้ว หลังจากกล่อมองค์ชายสิบแล้วแม่นมจึงเข้ามารับช่วงต่อ หลินเมิ้งหยากำชับหลายเรื่อง ก่อนจะพาป๋ายซูและซูหลานกลับไปยังห้องของตนเอง
เพียงเข้ามาภายในห้อง ซูหลานก็รีบคุกเข่าลง น้ำตาไหลนองเปรอะเปื้อนใบหน้า ก่อนจะร้องขอให้หลินเมิ้งหยาลงโทษตนเอง
“เจ้าหาได้ทำผิดอันใดไม่ แล้วข้าจะลงโทษเจ้าได้อย่างไร รีบลุกขึ้นเถิด”
หลินเมิ้งหยานั่งลงบนตั่งเพราะอาการปวดเมื่อย นางรู้ว่าซูหลานจะต้องโทษตัวเองเพราะเรื่องนี้อย่างแน่นอน ซูหลานเป็นคนดื้อรั้น ดังนั้นป๋ายซูจึงเข้าไปประคองนางลุกขึ้นด้วยตัวเอง
“พระชายามีน้ำพระทัยกว้างขวางยิ่งนัก หนู่ปี้จะจดจำเอาไว้ในใจมิลืมเลือน แต่อาการป่วยขององค์ชายสิบในคราวนี้น่าประหลาดยิ่งนัก ทั้งที่หนู่ปี้และแม่นมตรวจสอบอาหารที่องค์ชายเสวยเป็นอย่างดีแล้ว แต่เพราะเหตุใดองค์ชายจึงประชวรได้หรือเพคะ?”
ซูหลานยังคงไม่เข้าใจ หลินเมิ้งหยายกมือขึ้นนวดขมับ อันที่จริงอาการป่วยของอิงฮวามิได้มีอะไรซับซ้อน สาเหตุมาจากอาการขาดน้ำ วิธีแก้คือการเสริมน้ำเข้าไปในร่างกายให้มากเพียงพอ
ทว่าอาหารของอิงฮวาผ่านการตรวจสอบอย่างละเอียด ซ้ำนาง