้ตัว ไม่ว่านางจะคัดค้านหัวชนฝาเพียงใด แต่คราวนี้เขาจะขังนางไว้ข้างกายมิยอมปล่อยให้จากไปไหนอีก
“ฮัดชิ่ว…”
อยู่ๆ หลินเมิ้งหยาซึ่งกำลังบดยาสมุนไพรอยู่ก็รู้สึกคันจมูก เสียงจามทำให้คนหันมามองนางด้วยความสนใจ
“พวกเจ้าทำงานไปเถิด ข้าเพียงแค่คันจมูกเพราะผงยาเท่านั้น ไม่มีอะไรหรอก”
หลินเมิ้งหยาลูบจมูกเบาๆ พลางอธิบาย
อีกสองวันจะถึงวันที่ต้องเข้าไปตรวจชีพจรของฮ่องเต้ ดังนั้นคนที่มีคุณสมบัติในการถวายการรักษาทั้งหมดจึงค่อนข้างยุ่ง แม้กระทั่งตัวนางเองก็ไม่มีเวลาพักผ่อน แต่ถึงกระนั้นนางก็กำลังทดสอบซูถง
แม้บันทึกรายงานชีพจรของฮ่องเต้จะอยู่ในมือของนางแล้ว แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่านางจะได้เข้าเฝ้าฮ่องเต้
ดูเหมือนทางฝั่งของหลงเทียนอวี้เองก็น่าจะเพลามือลงแล้ว เหตุเพราะหากบีบคั้นพวกสำนักหมอหลวงมากเกินไป เช่นนั้นจะได้ไม่คุ้มเสีย
ช่วงนี้ซูถงเห็นนางเป็นเสมือนเจ้าแม่กวนอิม เขาแทบจะก้มหัวจุดธูปทุกครั้งที่เห็นนาง แต่ทุกครั้งที่นางเสนอเรื่องขอเข้าเฝ้าฮ่องเต้ เขามักจะบ่ายเบี่ยงอยู่ร่ำไป
ท่าทางเหมือนลำบากใจอย่างไรอย่างนั้น
หันไปมองซูถงซึ่งกำลังสอนลูกศิษย์อยู่ด้านนอกด้วยความสงสัย นางก็แค่อยากเข้าเฝ้าฮ่องเต้เพียงเท่านั้น แม้แต่หมอหลวงเองก็มิอาจเข้าเฝ้าได้ง่ายๆ อย่างนั้นหรือ?
ครุ่นคิด หลินเมิ้งหยาสบตากับชิวอวี้ หลังจากส่งสายตาเป็นนัยแล้ว พวกเขาจึงหันไปทำงานของตนเองต่อ
ทั้งคู่มิได้ใช้รหัสลับอย่างที่เคยคุยกันเอาไว้