“ท่านน้า เสียงของท่าน…”
จิ้งเยว่รีบร้อนเอ่ยตอบ
“ช่วงก่อนถูกลมหนาวจนเป็นหวัดเพคะ ท่านอ๋องรีบเสด็จเถิด อย่าให้เหนียงเหนียงร้อนพระทัยเลย”
มองดูท่าทางกระวนกระวายของผู้หญิงตรงหน้า ความสงสัยพลันวาบขึ้นในใจ
แต่ก่อนน้าจิ้งเยว่เป็นคนเงียบขรึมไม่พูดไม่จา แม้จะรักและเอ็นดูเขา แต่นางแตกต่างจากน้าจิ่นเยว่ที่มักจะแสดงออกถึงความอบอุ่นอ่อนโยนต่อเขาเสมอ
เหตุใดวันนี้เขาจึงรู้สึกได้ถึงความอ่อนโยนที่แผ่ออกมาจากน้าจิ้งเยว่กันนะ
อาจเพราะจวนแห่งนี้เงียบเหงาจนเกินไป ดังนั้นเขาจึงเริ่มคิดถึงคนที่ตนเองไม่เคยใส่ใจมาก่อน
“ดูแลรักษาสุขภาพด้วย น้าจิ่นเยว่จากไปแล้ว ท่านเป็นคนเก่าแก่ของหมู่เฟยเพียงคนเดียว ต่อจากนี้ไปหมู่เฟยต้องพึ่งพาอาศัยเพียงแต่ท่าน”
ส่วนหยุนลั่วคนนั้น หลงเทียนอวี้รู้สึกเสมอว่านางคือหายนะ บางทีความสัมพันธ์ที่เปลี่ยนไประหว่างหลินเมิ้งหยาและหมู่เฟยอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับนาง
ร่างกายของน้าจิ้งเยว่สั่นไหวเล็กน้อย ดวงตาสับสนกระวนกระวาย แต่ถึงกระนั้นก็ยังพยักหน้ารับหงึกหงัก
“ขอบพระทัยท่านอ๋อง”
ไม่นานก็มาถึงตำหนักหยาเสวียน เพียงเดินผ่านประตูเข้ามา เหล่าข้าทาสบริวารต่างเอ่ยแสดงความยินดีแก่เขา สีหน้าของหลงเทียนอวี้ถมึงทึงลงในทันที เขาไม่รู้ว่าตนเองควรรู้สึกยินดีในเรื่องใด
“ขอแสดงความยินดีกับท่านอ๋องด้วยเพคะ เหนียงเหนียงรอพระองค์อยู่นานแล้ว เชิญเสด็จเถิดเพคะ”
หยุนลั่วสวมชุดหยุนจิน ศีรษะประดับดอกไม้
หลงเทียน