“ไม่รู้ว่าเสี่ยวอวี้เป็นอย่างไรบ้าง ทำไมเด็กคนนั้นไม่รู้จักส่งข่าวมาบ้างนะ”
อันที่จริงหลินเมิ้งหยารู้ดี หากคำนวณเวลาและระยะทางดูแล้วล่ะก็ ตอนนี้หลินจงอวี้เพิ่งจะถึงเมืองเลี่ยหยุนได้เพียงไม่นาน
สถานการณ์ยังไม่ปลอดภัย ฉะนั้นเขาจึงไม่ได้ส่งข่าวมาหานาง
เขาไม่ชอบทำให้นางกังวลใจ
“นายน้อยจะต้องฝากให้คนมาส่งข่าวแก่นายหญิงอย่างแน่นอนเจ้าค่ะ เพียงแต่ตอนนี้ยังไม่มีโอกาสเท่านั้น นายน้อยไม่อยากทำให้นายหญิงเป็นกังวล”
ป๋ายซูเข้าใจความรู้สึกระหว่างนายหญิงและนายน้อยดี การกลับไปของนายน้อยในคราวนี้อาจเกิดการนองเลือดขึ้น
แต่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ท่านหัวหน้าเลี่ยจะต้องคุ้มครองนายน้อยด้วยชีวิตอย่างแน่นอน
“ช่างเถิด ข้าก็แค่กังวลเท่านั้น ตอนนี้พวกเราเองก็ตกอยู่ในสถานการณ์เสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย หากเสี่ยวอวี้รู้เข้า เขาจะต้องกังวลอย่างแน่นอน ไปกันดีกว่า พวกหมอหลวงจะต้องตั้งตาคอยพวกเราอยู่อย่างแน่นอน”
เวลาล่วงเลยมาห้าวันแล้ว เหตุการณ์ในสำนักหมอหลวงจึงกลับมาเป็นปกติ
แม้พวกหมอหลวงจะไม่ต้องเข้าไปว่าการในราชสำนัก แต่ถึงกระนั้นสำนักหมอหลวงก็พิเศษกว่าที่อื่น พวกเขาจะต้องเข้าประจำตำแหน่งของตนเองแต่เช้า
ช่วงเช้าจะเป็นการพบปะกับเจ้าสำนักหมอหลวง จากนั้นจะมีการปรึกษากันเกี่ยวกับสถานการณ์ในวังหลวง
ทว่าเช้าวันนี้ทุกคนกลับทิ้งงานในมือและมารวมตัวกันหน้าประตู
ในที่สุดมือเล็กๆ ก็ผลักประตูเปิดเข้าไป จากนั้นร่างบางสองร่างพลันปรากฏ