ต่อหน้าพวกเขา
“ถวายพระพรพระชายา”
เริ่มจากซูถง ก่อนที่ทุกคนในสำนักหมอหลวงจะถวายคำนับตามเขา หลินเมิ้งหยารีบสั่งให้ป๋ายซูเข้าไปประคองใต้เท้าซู
“ทุกท่านล้วนเป็นคนคุ้นเคยกันทั้งนั้น อย่าได้มากพิธีเลย ลุกขึ้นเถิด”
แม้นางจะมีรอยยิ้มอ่อนหวาน แต่ทุกคนรู้ดีว่าภายใต้ใบหน้านวลงามเก็บซ่อนความดื้อรั้นที่มิอาจมีใครต่อกรได้เอาไว้
“แม้พระชายาจะทรงเป็นกันเอง แต่ถึงอย่างไรกฎก็ย่อมเป็นกฎ ต่อจากนี้เป็นต้นไปหมอหลวงทั้งหมดต้องแสดงความเคารพพระชายา โดยห้ามมิให้ละเลยบกพร่องเป็นอันขาด”
บางทีอาจเพราะถูกแรงกดดันจากหลงเทียนอวี้ ดังนั้นหมอหลวงทั้งหมดจึงมิอาจดูถูกหลินเมิ้งหยาได้อีกต่อไป เมื่อเทียบกับแต่ก่อนแล้ว แม้แต่หมอเจียงเองก็ต้องกัดฟันอดทน
หลินเมิ้งหยารู้สึกประหลาดใจยิ่งนัก ตกลงหลงเทียนอวี้ทำเช่นไรผลลัพธ์จึงเปลี่ยนไปมากมายขนาดนี้?
“ใต้เท้าซูกล่าวเกินไปแล้ว ลุกขึ้นเถิด”
ไม่อยากอยู่ปะทะวาจากับพวกเขาที่นี่อีกต่อไป หลินเมิ้งหยาเดินไปยังห้องเล็กของตนเอง แต่นางต้องแปลกใจเมื่อพบว่าโต๊ะที่นางมักจะใช้นั่งเขียนตำรับยาเป็นประจำกลับถูกเปลี่ยนเป็นโต๊ะไม้อย่างดีสีน้ำตาล
“นี่มัน…”
หลินเมิ้งหยาแสร้งแสดงท่าทางตกใจระคนสงสัยขณะหันไปมองใต้เท้าซู สีหน้าของอีกฝ่ายแสดงออกถึงความรู้สึกผิดอย่างเห็นได้ชัด เขาโค้งตัวลงพลางเอ่ย
“คราวก่อนกระหม่อมควรนำรายงานชีพจรมาให้พระชายาตรวจสอบ แต่เพราะรายงานนั้นเกี่ยวกับชีวิตของฮ่องเต้ นอกจากกระหม่อ