มแล้วก็ไม่มีใครมีโอกาสได้เห็น ดังนั้นจึงทำให้พระชายาต้องพลาดงานสำคัญไป กระหม่อมทำผิดมหันต์ พระชายาได้โปรดลงโทษกระหม่อมด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ”
พอเกิดเรื่องก็โยนความผิดให้คนอื่น ซ้ำยังแสดงท่าทางประหนึ่งตนเองได้ทำหน้าที่อย่างถูกต้องเพื่อทำให้หลินเมิ้งหยาไม่อาจเอาผิดเขาได้
“ใต้เท้าซูอย่าเอ่ยเช่นนี้เลย ข้าต่างหากที่เป็นฝ่ายร้อนใจจนเกินไป ต่อจากนี้ไปข้าควรจะปรึกษาท่านก่อน”
หลินเมิ้งหยาเข้าใจความหมายที่ซูถงต้องการจะสื่อดี คนแบบซูถงเพียงแค่ต้องการโยนความผิดออกจากตัวเองเท่านั้น
ซูถงรีบกล่าวขอบคุณยกใหญ่ก่อนจะกลับออกไป หลินเมิ้งหยามิได้เอ่ยอันใดมากมายนัก นางทำเพียงกวาดสายตามองคนเหล่านั้น ก่อนจะหยิบกล่องผ้าขึ้นมาเปิด แล้วนำรายงานชีพจรออกมา
จดจำรายละเอียดทุกอย่างที่เขียนเอาไว้ ภายในนั้นมีทั้งคำอธิบายอาการและข้อสงสัยเกี่ยวพระอาการประชวร
หลังจากอ่านจบ คิ้วพลันขมวดเข้าหากันแน่น
แม้อาการประชวรของฮ่องเต้จะดูเหมือนอาการเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นได้ในวัยชรา แต่ยังมีสองจุดที่นางเกิดข้อสงสัย
หนึ่ง ครั้นสมัยฮ่องเต้ยังทรงพระเยาว์ พระองค์ได้รับบาดเจ็บจากการถูกยิงด้วยลูกธนู เหตุเพราะช่วยเหลือเอาไว้ไม่ทันการ ดังนั้นพระองค์จึงเกือบสิ้นพระชนม์
บาดแผลอยู่บริเวณหน้าอก หัวใจได้รับความเสียหาย ฉะนั้นอาการบาดเจ็บในคราวนั้นจึงส่งผลถึงอาการประชวรในปัจจุบัน
สอง เหตุเพราะอาการประชวรอย่างรุนแรงของฮ่องเต้ ดังนั้นภายในบันทึกเล่มนี้จึง