วงตาสั่นไหว แต่ถึงกระนั้นใบหน้ากลับไม่แสดงออกถึงอารมณ์ใดๆ ซ้ำยังแสร้งแสดงท่าทางดูแคลน
“ไท่จื่อขึ้นครองบัลลังก์อะไรกัน? หมู่เฟย เหตุใดทุกสิ่งทุกอย่างจึงถูกกำหนดให้เป็นของของไท่จื่อ!”
“อวี้เอ๋อร์! อย่าได้พูดจาไร้สาระ! ไท่จื่อเป็นองค์รัชทายาท ส่วนเจ้าเป็นน้องชายของเขา เรื่องทุกอย่างถูกกำหนดเอาไว้แล้ว เจ้าอย่าได้คิดทำลาย!”
อยู่ๆ พระสนมเต๋อเฟยก็ตะคอกออกมา หลงเทียนอวี้ชะงัก สมองของเขาประมวลผลเร็วขึ้น สุดท้ายยังคงแสร้งแสดงท่าทางมิอาจทำใจยอมรับได้
สาวเท้ายาวๆ เดินออกจากตำหนักของพระสนมเต๋อเฟย ก่อนที่เขาจะหยุดฝีเท้าลง
สีหน้ากลับมาเป็นปกติ หางตาปรายมองตำหนักหยาเสวียนที่อยู่ทางด้านหลัง ก่อนที่เขาจะแทรกตัวเข้าไปที่มุมกำแพง
“เย่ เรื่องที่ข้าให้ไปสืบคราวก่อนเป็นเช่นไร?”
ร่างหนึ่งพลันปรากฏขึ้นด้านหลังของเขา
เย่คุกเข่าลงกับพื้นด้วยความเคารพ ก่อนจะตอบเสียงหนักแน่น
“มีองค์รักษ์ที่มิใช่คนของจวนคุ้มครองตำหนักหยาเสวียนมากมายขอรับ ข้าน้อยเคยประมือกับพวกเขา ดูเหมือนพวกเขาจะเป็นองครักษ์ลับของวังหลวง ฉะนั้นข้าน้อยจึงเข้าไปไม่ถึงตัวของเหนียงเหนียง แต่คนพวกนั้นไม่เหมือนคนที่เหนียงเหนียงเรียกใช้งานเป็นประจำ นับตั้งแต่วันที่ออกมาจากวังหลวง คนของเหนียงเหนียง รวมถึงพวกองครักษ์ถูกเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด ข้าน้อยเคยออกตามหา แต่คนเหล่านั้นกลับหายไปโดยไร้ร่องรอยขอรับ”
หากแม้แต่เย่ยังมิอาจเข้าไปภายในได้แล้วล่ะก็ เช่นนั้นแสด