่าปี พวกเราล้วนรู้จักนิสัยใจคอของพวกคนในวังหลวงดี เจ้าเองหาใช่เด็กน้อยไร้เดียงสา เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าชายาของเจ้าจะกลับออกจากวังหลวงโดยไร้รอยขีดข่วน?”
พระสนมเต๋อเฟยพูดพลางหัวเราะ
ใบหน้าที่ถูกตกแต่งอย่างดงามพลันดูโหดเหี้ยมเล็กน้อย
หลงเทียนอวี้ยืนนิ่ง เงาของคนแปลกหน้าสะท้อนอยู่ในดวงตาของเขา
“กลับมาได้หรือไม่หาได้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของหมู่เฟย แต่เอ๋อร์เฉินมีบางประโยคอยากแนะนำหมู่เฟย เอ๋อร์เฉินหวังว่ามือของหมู่เฟยจะไม่ยื่นออกไปยืดยาวนัก เพราะเอ๋อร์เฉินเกรงว่าพระองค์จะเจ็บมือเอาได้”
ในเมื่อพูดกันถึงขั้นนี้แล้ว หลงเทียนอวี้จึงเลิกเห็นแก่ความสัมพันธ์ระหว่างแม่ลูก
เขารู้อยู่แล้วว่าหมู่เฟยมิได้หวังดีกับหลินเมิ้งหยา แต่คิดไม่ถึงเลยว่านางจะเกลียดชังหลินเมิ้งหยาจนคิดอยากจะเอาชีวิตนางเช่นนี้
“เจ้าเป็นลูกที่เปิ่นกงคลอดออกมา หรือเจ้าคิดจะปกป้องนังแพศยาคนนั้นจริงๆ ? อวี้เอ๋อร์ เจ้าจงจำเอาไว้ นางเปรียบเสมือนก้อนหินขวางทางเจ้า หากนางตาย หมู่เฟยจะหาชายาที่ดีกว่านาง เพื่อที่จะให้ครอบครัวของชายาคนใหม่เข้ามาเป็นกำลังสนับสนุนให้แก่เจ้า เมื่อใดที่ไท่จื่อได้ขึ้นครองบัลลังก์ เมื่อนั้นเจ้าจะสามารถปกป้องตัวเองได้ จากนั้นเจ้าจะได้เป็นอ๋องต่อไป ดีหรือไม่?”
พยายามโน้มน้าวด้วยความรักอย่างมีเหตุผลกระนั้นหรือ? หากเป็นแต่ก่อนหลงเทียนอวี้คงพิจารณาดู
ทว่าหัวใจของเขาในเวลานี้มิรับฟังคำพูดใดๆ ของหมู่เฟยเลยแม้แต่น้อย ด