เมื่อหลายวันก่อนเป็นช่วงเวลาพักผ่อนของกระหม่อม ดังนั้นจึงเกิดเรื่องราวเข้าใจผิดมากมาย กระหม่อมสมควรได้รับโทษ แต่เพราะตอนนี้อาการประชวรของฮ่องเต้ยิ่งทรุดหนักลงจึงมิอาจเสียเวลาได้อีกแล้ว ดังนั้นพระชายาได้โปรดเมตตาและเสด็จไปที่สำนักหมอหลวงเพื่อร่วมกันวินิจฉัยยากับกระหม่อมเถิดพ่ะย่ะค่ะ”
หลินเมิ้งหยาที่นั่งอยู่ในตำแหน่งเจ้าบ้านชำเลืองมองเขาเล็กน้อย ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบถ้วยชาสีขาวบริสุทธิ์บนโต๊ะด้วยท่วงท่าสง่างามขึ้นมาจิบ
“ไม่ต้องรีบร้อน พระโอสถของฮ่องเต้จำเป็นต้องพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบ ข้าเป็นเพียงแพทย์ฝึกหัด ดังนั้นความสามารถยังมิอาจเทียบหมอหลวงในวังได้ เช่นนั้นเชิญใต้เท้ากลับไปปรึกษากับหมอหลวงทุกท่านดีกว่า ส่วนข้า…จะหาโอกาสกราบทูลฮองเฮาเพื่อกลับออกจากวัง”
หากคำพูดเหล่านี้หลุดออกจากปากผู้อื่นคงอวดดีเหลือคณา
แต่เมื่อออกจากปากหลินเมิ้งยา กลับฟังดูจริงใจจนมิอาจมีสิ่งใดเทียบได้
ใต้เท้าซูเริ่มทุกข์ใจ ตอนแรกเขาคิดว่าชายาอวี้เป็นเพียงเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม แต่คิดไม่ถึงเลยว่านางจะเป็นพวกลอบแทงข้างหลังผู้อื่นเช่นนี้
เหงื่อผุดซึมบนหน้าผาก คำพูดของหลินเมิ้งหยาเรียบง่ายและชัดเจน เขามิอาจคัดค้านคำพูดของนางได้
“พระชายาถ่อมตัวเกินไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ แม้พวกกระหม่อมจะรับใช้งานในวังหลวงมาอย่างยาวนาน แต่กลับไม่มีใครมีฝีมือด้านการฝังเข็มเทียบเท่าพระชายา พระพลานามัยของฮ่องเต้ล้วนเกี่ยวข้องกับความสุขของใ