หลินเมิ้งหยากระซิบออกคำสั่งกับป๋ายซู มิรู้ว่าเพราะเหตุใด เจินจูมักจะมองนางด้วยสายตาเกลียดชังราวกับงูพิษอยู่ทางด้านหลังเสมอ
แต่เมื่อนางหันหน้ากลับไปมอง เจินจูกลับเปลี่ยนสีหน้าเป็นว่านอนสอนง่ายอีกครั้ง
ป๋ายซูพยักหน้ารับคำ ก่อนจะหันไปมองเจินจูซึ่งกำลังตากผ้าปูที่นอนขององค์ชายสิบอยู่ในสวน
“ข้าเองก็รู้สึกว่าแม่นางคนนี้เปลี่ยนไปราวกับคนละคน นายหญิง หรือนางจะเสียสติเพราะความหวาดผวาจากเรื่องคราวก่อนเจ้าคะ?”
อาจจะมีส่วน แต่หลินเมิ้งหยากลับคิดว่าวิชาควบคุมเข็มทำให้ร่างกายของนางดีขึ้น มิได้แย่ลงเลยแม้แต่น้อย
แต่สายตาของนางเสมือนคนกำลังเกลียดชังและโกรธแค้น
นางเคยเห็นสายตาเช่นนี้ที่ไหนกันนะ?
นางคิดไม่ออกว่าเป็นสายตาของใครกันแน่
บางทีอาจเพราะนางมีศัตรูมากมาย ดังนั้นจึงมีประสาทสัมผัสไวเป็นพิเศษต่อสายตาเช่นนี้
หลินเมิ้งหยายกมือขึ้นนวดขมับ การเป็นชายาในวังหลวงมิได้น่ารื่นรมย์เลยแม้แต่น้อย แม้แต่นางที่เป็นคนใจดียังกลายเป็นพวกอาอี้จอมวางแผน ดูเหมือนนางจะต้องหาเวลาต้มน้ำแกงกินเพื่อให้ใจสงบลงสักหน่อยแล้ว
มองดูประตูห้องของเจ้านายที่ปิดลง เจินจูรีบวางผ้าปูเตียงในมือลง ก่อนจะหมุนตัวแล้วเดินเข้าไปในห้องของตนเองและหมาหน่าว
ตอนนี้หมาหน่าวได้รับคำสั่งให้ไปรับชุดกันหนาวขององค์ชายสิบ ดังนั้นห้องนี้จึงเหลือเพียงเจินจูคนเดียว