กิน เช่นนั้นนางให้เขาทำไมกัน?
“อย่าได้ดูถูกของชิ้นนี้เชียว ข้าจะสอนเจ้าเล่น”
มองดูหลินเมิ้งหยาแสดงฝีมือ เวลาเพียงชั่วอึดใจ นางสามารถถอดวงแหวนออกจากกันได้จนหมด เด็กน้อยจ้องมองด้วยความประหลาดใจ
เขาลองหยิบมาเล่นด้วยตนเอง แต่กลับพบว่ามันช่างยุ่งยากและสลับซับซ้อน เขามิอาจทำได้สำเร็จ ดังนั้นจึงเริ่มรู้สึกสนุกจึงหยิบมันไปนอนเล่นบนเตียง
เหตุเพราะเด็กน้อยกำลังสนอกสนใจของเล่น ดังนั้นเขาจึงอยู่ในอาการสงบ
หลินเมิ้งหยาเป็นคนคิดค้นวิธีนี้เพื่อฝึกสมองของอิงฮวา ยิ่งไปกว่านั้นยังทำให้คนอื่นมิเกิดความสงสัย ได้ยินมาว่าเด็กในวังหลวงในวัยนี้ล้วนเข้ารับการศึกษากันหมดแล้ว
เพื่อไม่ทำให้เป็นจุดสนใจ ดังนั้นนางจึงพยายามหาวิธีพัฒนาสมองของหลงอิงฮวา
นางคิดว่าการสอนด้วยของเล่นฝึกสมองเช่นนี้มิได้ด้อยไปกว่าการเรียนในห้องเลยแม้แต่น้อย
อิงฮวานอนเล่นอยู่บนเตียงของนางอย่างสนุกสนาน แต่กลับมีสายตาหนึ่งจ้องมองทางเขาอย่างไม่ประสงค์ดี
หลินเมิ้งหยาลุกขึ้นยืนตรงที่หน้าประตูเพื่อขวางสายตาของเจินจูเอาไว้
หลังจากถูกสั่งสอนไปเมื่อหลายวันก่อน เจินจูสงบเสงี่ยมขึ้นมาก แต่นิสัยหูไวตาไวกลับแก้ไม่หาย
เพียงได้เห็นสายตาเย็นชาของหลินเมิ้งหยา บ่าของนางหดเข้าหากัน ก่อนจะเดินเลี่ยงออกไปด้านนอก
“ต่อจากนี้ไปห้ามมิให้เจินจูเข้ามาในห้องของพวกเราเป็นอันขาด ข้าว่าหมาหน่าวรู้ความกว่านางมาก ทุกครั้งที่ข้าได้เห็นนาง ข้ารู้สึกไม่สบายใจเลยแม้แต่น้อย”