้วยฟาดศีรษะเจินจูจนแตก
หลินเมิ้งหยาแทบไม่เชื่อสิ่งที่แม่นมหลิวเล่าให้ฟัง
เขามีพรสวรรค์ในการแสดงยิ่งนัก พวกนักแสดงในสมัยปัจจุบันมิอาจเทียบเขาได้เลย
“คิก คิก คิก การเล่นของเราจบลงแล้ว”
หลินเมิ้งหยาปรบมือสามครั้ง นี่คือสัญญาณมือที่นางบอกกับเขาเอาไว้
เวลาที่ไม่มีใครอยู่ อิงฮวาสามารถหยุดการเล่นได้ชั่วขณะ ถึงอย่างไรเด็กก็ยังคงเป็นเด็ก
องค์ชายน้อยแย้มยิ้มกว้าง ขยับปากที่ไม่ได้ส่งเสียงมานาน ก่อนจะปีนขึ้นมานั่งบนตักของหลินเมิ้งหยา
“พี่สะใภ้สาม ข้าแสดงเป็นอย่างไรบ้าง? มิได้ทำผิดกติกาใช่หรือไม่? เช่นนั้นของรางวัลของข้าเล่า?”
การแข่งขันนี้ดำเนินอย่างต่อเนื่องมานานหลายวัน เขาสามารถปรับตัวได้ไม่เลว
แม้หลินเมิ้งหยาจะไม่ได้พูด แต่หลงอิงฮวาสามารถรับรู้ได้ว่าการเล่นเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อปกป้องเขา ดังนั้นเขาจึงให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี
ทว่าของรางวัลเล็กๆ น้อยๆ ของหลินเมิ้งหยาเองก็เป็นแรงจูงใจเช่นเดียวกัน
“มีแน่นอนอยู่แล้ว เจ้ามากับข้าสิ”
เดินนำหนูน้อยเข้าไปในห้องชั้นใน นางหยิบวงแหวนทองแดงออกมา
นางสั่งให้คนทำของชิ้นนี้ขึ้นมาเป็นพิเศษ จิ่วเหลียนหวนเป็นของเล่นฝึกสมองชนิดหนึ่ง มันคือของเล่นที่คนธรรมดานิยมกัน แต่กลับเห็นได้น้อยมากในวังหลวง
เด็กน้อยเบิกตากว้าง มองดูวงแหวนที่เชื่อมต่อกัน แต่ถึงกระนั้นนัยน์ตาก็ยังเจือความรู้สึกดูแคลน เขาคิดว่าพี่สะใภ้สามกำลังหลอกลวงเขาอยู่ ของชิ้นนี้ทั้งไม่สวยงามและไม่น่า