หลงอิงฮวาอยู่ในวัยกำลังซุกซน เรือนเล็กมีพื้นที่ไม่กว้าง ดังนั้นจึงไม่เพียงพอต่อการวิ่งเล่น
ดังนั้นเขาจึงตอบตกลงข้อเสนอของหลินเมิ้งหยา
“แต่ข้าว่าเด็กวัยกำลังโตเช่นเจ้าคงทำไม่ได้หรอก ทำอย่างไรดีนะ แม้ยังไม่ได้เล่นข้ายังรู้สึกได้ว่าชัยชนะต้องเป็นของข้า”
เพื่อกระตุ้นให้เด็กน้อยจริงจังยิ่งขึ้น หลินเมิ้งหยาจึงแสร้งแสดงท่าทีวิตกกังวล
เด็กน้อยรีบสาบานด้วยเกียรติ แสดงท่าทีเสมือนผู้ใหญ่มิต่างอันใดจากหลินเมิ้งหยา เมื่อหลินเมิ้งหยาเห็นดังนั้น นางจึงรีบบอกกฎการแข่งขันทันที
“ดี นับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป จนกว่าข้าจะบอกว่าการแข่งขันเสร็จสิ้น เจ้าจะต้องห้ามพูดกับใครแม้แต่คนเดียว มิเช่นนั้นเจ้าจะเป็นผู้แพ้”
หลินเมิ้งหยาแสดงท่าทางยโสโอหังเพื่อยั่วยุเด็กน้อยตรงหน้า
เขากำหมัดแน่น เด็กน้อยแสดงท่าทางมุ่งมั่น
“ไม่มีปัญหา! ข้าจะไม่มีวันพูดกับแม่นมหรือหมู่เฟยเป็นอันขาด แต่ถ้าคนอื่นอยากจะพูดกับข้าเล่า? จะทำเช่นไร?”
เอียงคอ เด็กน้อยครุ่นคิดด้วยท่าทางจริงจังว่าการแข่งขันในคราวนี้อาจเกิดปัญหาอยู่สักหน่อย
“เช่นนั้นเจ้าจงร้องไห้ หรือไม่ก็ใช้สิ่งของรอบตัวโยนใส่หัวคนพวกนั้นก็ได้ แต่ถ้าหากเจ้าพูดกับพวกเขาเมื่อไหร่ เจ้าจะกลายเป็นผู้แพ้ อย่าคิดหนีเป็นอันขาด คนที่อยู่ที่นี่ล้วนเป็นคนที่ข้าหามาเพื่อเล่นกับเจ้า”
หลินเมิ้งหยาไม่อยากเล่าเรื่องสถานการณ์สุ่มเสี่ยงในวังหลวงให้เขาฟัง
แม้หลงอิงฮวาจะยังมีท่าทางร่าเริงแจ่มใส แต่ถึงก