ระนั้นนางก็มองความรู้สึกผ่านนัยน์ตาของเขาออกว่าเขายังคงรู้สึกหวาดผวา
โชคดีที่ช่วยเด็กคนนี้เอาไว้ได้ทัน มิเช่นนั้นเขาคงหมดลมหายใจไปแล้ว
“ได้ คำไหนคำนั้น”
ทั้งมือใหญ่และมือเล็กต่างยกขึ้นสาบาน หลินเมิ้งหยามองดูสีหน้ายียวนของเด็กน้อยตรงหน้า ทว่านางกลับมิอาจอารมณ์ดีดั่งเขาได้
หวังว่าเด็กคนนี้จะไม่ตกอยู่ท่ามกลางแผนร้ายของใครอีก
ความหวาดผวามักทำให้เด็กๆ ร้องไห้งอแงตอนกลางคืน อีกทั้งอุปนิสัยใจคออาจเปลี่ยนไป
หลังจากรับประทานอาหารเช้าเสร็จแล้ว หลินเมิ้งหยาจึงตามตัวแม่นมขององค์ชายสิบมาสอบถามก่อนจะได้รู้ว่าแต่ก่อนหลงอิงฮวาเป็นเด็กร่าเริงแจ่มใส ทว่าเมื่อคืนเขากลับตื่นขึ้นมากลางดึกแล้วร้องไห้โวยวาย
แต่เพราะเมื่อคืนแม่นมทำตามคำสั่งของนาง โดยการตามพวกเจินจูและหมาหน่าวไปช่วย ดังนั้นเช้าวันต่อมาพวกนางจึงมีขอบตาดำคล้ำ เห็นได้ชัดว่าหนูน้อยจะต้องอาละวาดหนักอย่างแน่นอน
หากปล่อยให้องค์ชายสิบอาละวาดต่อไปก็ใช่เรื่อง หลินเมิ้งหยาจึงเสาะหากำยานกลิ่นหอมซึ่งไม่ส่งผลร้ายต่อร่างกายเด็กมาให้จุด
ทั้งที่มิได้ไปสำนักหมอหลวงเพียงสองวัน แต่หน้าประตูเรือนหลินเมิ้งหยากลับมีคนมาเชิญนางไปที่นั่นอยู่หลายครั้ง ทว่าคนในเรือนต่างได้รับคำสั่งจากป๋ายซูให้ไปตอบคนเหล่านั้นว่าพระชายาจำเป็นต้องดูแลองค์ชายสิบ ดังนั้นจึงมิอาจไปช่วยงานพวกเขาได้
ภายในเรือน ขณะที่หลินเมิ้งหยากำลังกล่อมหลงอิงฮวานอน สายตาจ้องมองใบหน้ายามหลับอันแสนน่ารักขอ