พูดไม่ออก นับตั้งแต่คืนวันงานเลี้ยง เขามักแสดงท่าทางขี้เล่นจนนางไม่รู้เลยว่าผู้ชายที่มักจะเงียบขรึมเย็นชาคนนั้นหายไปไหนแล้ว
“หม่อมฉันเอือมพระองค์เหลือเกินเพคะ”
หลินเมิ้งหยาขี้เกียจต่อล้อต่อเถียงกับเขา กลอกตาเล็กน้อยราวกับกำลังมองคนเสียสติอย่างไรอย่างนั้น
“จริงสิ เจ้ามีโอกาสได้เข้าเฝ้าเสด็จพ่อบ้างหรือไม่?”
หลงเทียนอวี้กดเสียงเบา ความกังวลฉายชัดในแววตา
หลินเมิ้งหยาส่ายหน้า อย่าว่าแต่ได้พบเลย แม้ตอนนี้นางจะอยู่ในสำนักหมอหลวง แต่ก็มิต่างอันใดจากการถูกขัง หากนางกระทำการบุ่มบ่าม เกรงว่าคนเหล่านั้นจะต้องหาข้ออ้างมาใส่ร้ายนางอย่างแน่นอน
“แม้แต่รายงานชีพจรของฮ่องเต้หม่อมฉันก็ยังไม่ได้เห็นเลยเพคะ ท่านอ๋อง หม่อมฉันคิดว่าสำนักหมอหลวงแห่งนี้ไม่ธรรมดาเลย”
ทั้งสองเหยียดยิ้มกระซิบกระซาบ หากมองจากระยะไกล พวกเขามิต่างอันใดจากข้าวใหม่ปลามันที่กำลังพูดคุยสัพเพเหระ
“ข้าเดาไว้อยู่แล้วว่าจะต้องเป็นเช่นนี้ คนของสำนักหมอหลวงเป็นพวกหัวแข็ง อย่าว่าแต่เจ้าเลย แม้ข้าจะเป็นผู้เอ่ยถาม แต่คำตอบที่ได้รับกลับไร้ซึ่งความจริงใจ เจ้ามีวิธีจัดการกับคนพวกนั้นหรือไม่?”
ใบหน้านวลหยักยิ้มเจ้าเล่ห์ สายตาเหมือนคนกำลังนึกสนุก อยู่ๆ หลงเทียนอวี้พลันรู้สึกว่าหัวใจกำลังคันยุกยิก
ทุกครั้งที่หลินเมิ้งหยายิ้มเช่นนี้มักจะมีคนเคราะห์ร้าย!
“วิธีจัดการกับคนเหล่านี้ไม่ยากเพคะ พวกเราเพียงแค่ต้องหาผลประโยชน์มาล่อ”
หลินเมิ้งหยาหยิบขนมซูปิ่