“วันนี้โชคดีที่ชายาอวี้อยู่ที่นี่ ฮวาเอ๋อร์จึงยังคงอยู่รอดปลอดภัยเช่นนี้ เฮ้อ คนในวังหลวงเลือดเย็นยิ่งนัก คิดไม่ถึงเลยว่าพวกเขาจะลงมืออย่างโหดเหี้ยมเช่นนี้ หัวใจของคนเป็นแม่เช่นข้ายังคงรู้สึกหวาดกลัวอยู่มาก”
ถ้อยคำของพระสนมเสียนเฟยเสมือนกำลังยกย่องความดีงามของหลินเมิ้งหยา
หลินเมิ้งหยาส่ายหน้าเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ย
“เหนียงเหนียงอย่าโทษตัวเองไปเลยเพคะ ถึงอย่างไรก็ต้องเตรียมการรับมือป้องกันให้ดี องค์ชายยังเด็ก เกรงว่าวังหลวงแห่งนี้จะต้องดูแลจัดการให้เข้มงวดยิ่งขึ้นแล้ว”
ไม่ว่าพระสนมเสียนเฟยจะอยู่ในตำแหน่งใด แต่การลงมือกับเด็กก็ยังเป็นการกระทำที่แสนโหดเหี้ยมอำมหิต นางมิอาจทนดูได้ ในเมื่อเรื่องเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาจะให้นางนิ่งดูดายได้อย่างไร
“ข้าเองก็คิดเช่นนั้น แต่เพราะข้ามิต่างอันใดจากคนหูหนวกตาบอด วันนี้…วันนี้ถึงกับมีคนลงมือทำร้ายลูกชายใต้จมูกของข้า! ชายาอวี้ได้โปรดช่วยข้ากำจัดพวกคนโฉดชั่วเหล่านี้ด้วยเถิด”
แม้ยุ่งยากแต่ถึงกระนั้นก็ต้องช่วย หากแต่หลินเมิ้งหยาก็ไม่คิดออกหน้าออกตาอย่างชัดเจน
คนที่กล้าลงมือทั้งที่อยู่ในวังหลวงเช่นนี้ คาดว่าพระสนมเสียนเฟยจะต้องล่วงรู้ถึงอำนาจของผู้ที่อยู่เบื้องหลังมากกว่าตนเองเสียอีก
“พระสนมเสียนเฟยเพคะ มีบางเรื่องที่หม่อมฉันอยากพูด แต่มิรู้ว่าควรพูดหรือไม่”
เสียนเฟยไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธ เหตุเพราะหลินเมิ้งหยาเองก็เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้แล้ว
“การท