อดเวลา ไม่นานร่างกายที่เคยแข็งทื่อก็กลับมาอ่อนอีกครั้ง
ปาดเหงื่อบนหน้าผาก หลินเมิ้งหยาโอบอุ้มร่างเล็กๆ ของอิงฮวาเอาไว้ในอ้อมกอดเบาๆ อย่างทะนุถนอม โชคดีที่นางมาทันเวลา โชคดีเหลือเกินที่ช่วยชีวิตอิงฮวาเอาไว้ได้
ทุกคนมองสีหน้าซึ่งกลับมาแดงระเรื่อของนายน้อย ก่อนจะถอนหายใจด้วยความโล่งอก ชีวิตของพวกเขาปลอดภัยแล้ว
หลินเมิ้งหยาสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นจากเสื้อคลุมที่ถูกคลุมลงบนร่างของตนเอง ราวกับว่าเพิ่งถูกถอดออกมาจากร่างของใครบางคน
หันหน้าไปมองก่อนจะเห็นเป็นใบหน้าเปื้อนยิ้มอ่อนโยนของป๋ายซู
ครุ่นคิด บางทีป๋ายซูเองก็คงรู้สึกเช่นเดียวกับนาง
“เหนียงเหนียง! เหนียงเหนียงช้าหน่อยเพคะ! ระวังล้มเพคะ”
ด้านนอก อยู่ๆ เสียงร้องด้วยความตกใจพลันดังขึ้น ก่อนที่ผู้หญิงสวมใส่ชุดสีม่วงอ่อนจะปรากฏขึ้นในสายตาของหลินเมิ้งหยา
ผู้หญิงคนนี้มีท่วงท่าสง่างามไม่แพ้พระสนมเต๋อเฟย แต่เพราะอายุยังน้อย ดังนั้นนางจึงดูงดงามอ่อนเยาว์กว่ามาก
ผมถูกจัดทรงสูง บางทีอาจเพราะรีบร้อนวิ่งออกมา ดังนั้นผมจึงยุ่งเหยิงเล็กน้อย แต่เมื่อเทียบกับหลินเมิ้งหยาที่เนื้อตัวเปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่นในเวลานี้แล้ว นางดูดีกว่ามาก
ใบหน้านวลงดงามเผยให้เห็นความเจ็บปวด แต่เมื่อเห็นใบหน้าแดงระเรื่อของคนในอ้อมกอดของหลินเมิ้งหยา ดวงตาของนางพลันแดงก่ำ
“ฮวาเอ๋อร์ของข้า ฮวาเอ๋อร์ของข้า”
นางคิดจะเข้ามารับตัวอิงฮวาไป แต่หลินเมิ้งหยาขยับตัวหลบ
“เขาเพิ่งจะกลับมาหายใจอ