่งรีบเคาะประตู “ก๊อก ก๊อก ก๊อก” แม้จะผ่านไปหลายนาทีแล้วแต่ยังไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ
หลินเมิ้งหยาไม่สนใจสิ่งใดอีกต่อไป นางรีบเข้าไปเคาะประตูกับป๋ายซู ราวสิบนาทีต่อมา เสียงด้านหลังประตูจึงดังขึ้น
“ใคร! เหตุใดจึงไม่รู้จักกฎระเบียบของวังหลวง? บังอาจส่งเสียงดังครึกโครม พวกเจ้าไม่กลัวเหนียงเหนียงจะเอาชีวิตพวกเจ้ากระนั้นหรือ”
เสียงตะคอกของขันทีดังขึ้น
ประตูถูกกระชากเปิดออก หลินเมิ้งหยาและป๋ายซูรีบพุ่งตัวเข้าไปภายใน
“ไอหยา ไอหยา ไอหยา พวกเจ้าเป็นคนของตำหนักไหน? เหตุใดจึงไร้มารยาทเช่นนี้?”
หลินเมิ้งหยาไม่สนใจทั้งสิ้น เข้าไปกระชาคอเสื้อของขันที ก่อนจะถามด้วยความร้อนใจ
“อิงฮวาเล่า? องค์ชายสิบของเจ้าอยู่ที่ไหน?”
ขันทีมิเคยเจอคนใจร้อนเช่นนี้ ยิ่งไปกว่านั้นใบหน้าของหลินเมิ้งหยายังเคร่งขรึม เขาตกใจจนตัวโยน แต่ถึงกระนั้นก็รีบตอบกลับทันที
“ไม่รู้ว่าองค์ชายไปเล่นซนอยู่ที่ใด ตอนนี้ยังไม่กลับมาเลย คนทั้งตำหนักตามหาตัวเขาไม่เจอ เจ้า…พวกเจ้าเป็นใครกัน?”
เขาไม่เคยเห็นหญิงสาวตรงหน้ามาก่อน แต่เพราะขันทีทำงานอยู่ในวังหลวงมานาน เพียงเห็นชุดที่นางสวมใส่ปราดเดียวก็รู้ได้ว่านางหาใช่คนธรรมดาและจะต้องเป็นเจ้านายจากตำหนักไหนสักตำหนักอย่างแน่นอน
“ไม่ อิงฮวากลับมาแล้ว เมื่อกี้เขาถูกนางในสวมกำไลหยกพาตัวไป ข้าเป็นคนส่งเขามาที่นี่เอง จงไปตามคนออกตามหาเดี๋ยวนี้ จะต้องหาเขาให้เจอ จำเอาไว้ว่าจะต้องออกตามหาทุกซอกทุกมุม มิเช