่นนั้นอิงฮวาอาจตกอยู่ในอันตราย”
หลินเมิ้งหยาออกคำสั่งอย่างรวดเร็ว ขันที่เหลือบมองเห็นลูกตะกร้อในมือของหลินเมิ้งหยา เขาจำได้ทันทีว่ามันคือของรักของหวงของนายน้อยตนเอง
เข้าใจสถานการณ์โดยพลัน เขารีบส่งเสียงร้องตะโกนด้วยความตื่นตระหนกและไม่ขวางหน้าหลินเมิ้งหยาอีก
“ช่วยด้วย! นายน้อยตกอยู่ในอันตราย! ช่วยด้วย!”
อย่าว่าแต่ตำหนักแห่งนี้เลย เกรงว่าคนทุกตำหนักจะต้องได้ยินเสียงแผดร้องเสียงนี้แล้วอย่างแน่นอน
หลินเมิ้งหยาและป๋ายซูรีบออกตามหาทีละห้อง
แต่สิ่งที่ทำให้นางต้องร้อนรุ่มใจก็คือ แม้จะออกค้นหาทุกซอกทุกมุม พวกนางก็ยังไม่ได้ยินเสียงเล็กๆ อันคุ้นเคยเลยแม้แต่น้อย
ขณะเดียวก่อน เหตุเพราะเสียงร้องของขันที คนจำนวนมากจึงช่วยกันออกตามหา
ท้องฟ้ามืดสนิท ทว่าตำหนักหย่งเหอกลับลุกเป็นไฟ
หลินเมิ้งหยาและป๋ายซูมุ่งหน้าไปยังสวนด้านหลัง พวกนางในต่างถือโคมไฟออกตามหาทั่วทุกหย่อมหญ้า
“ไอหยา! นี่มันรองเท้าของนายน้อยนี่นา”
อยู่ๆ เสียงหวาดกลัวเสียงหนึ่งพลันดังขึ้น หลินเมิ้งหยารีบวิ่งเข้าไปหา แต่ได้พบกับสระน้ำซึ่งผิวน้ำกลายเป็นน้ำแข็งและมีรอยแตก
ในมือของนางในคนนั้นคือรองเท้าเล็กๆ ของอิงฮวา
“นายน้อยตกน้ำอย่างนั้นหรือ?”
เสียงเป็นกังวลดังขึ้น ก่อนที่ขันทีและเหล่าองครักษ์จะรีบกระโจนลงน้ำดัง “ตูม” “ตูม”
อากาศยามนี้หนาวเหน็บทิ่มแทงถึงกระดูก แม้จะดำน้ำค้นหาอยู่นานแต่กลับยังไม่เจอร่างของอิงฮวา หลินเมิ้งหยาตื่นตระหนก
มองดูรอ