“พระชายาช่างใจกว้างยิ่งนัก คำแนะนำเช่นนั้นหรือ? ไม่มีใครในวังนี้ไม่รู้ว่าเจ้าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังทุกอย่าง เช่นนี้ใครจะกล้าทำอะไรเจ้าได้ แต่เปิ่นกงอยากจะเตือนชายาอวี้อยู่หนึ่งเรื่อง อย่าคิดว่ามีสกุลหลินและอ๋องอวี้หนุนหลังแล้วจะทำอะไรได้ตามใจชอบ สวรรค์ย่อมไม่เข้าข้างคนชั่วอย่างแน่นอน”
ฮุ่ยเจี๋ยอวี้ [1] จ้องนางเขม็ง สายตาอาฆาตมาดร้ายราวกับเป็นศัตรูกันมาตั้งแต่ชาติปางก่อน
หากมิใช่เพราะหยุนฉงหรง [2] รั้งนางเอาไว้ คาดว่าป่านนี้นางคงพุ่งตัวเข้ามากัดตนเองแล้ว
หลินเมิ้งหยามีจุดประสงค์ดี แต่กลับถูกฮุ่ยเจี๋ยอวี้ด่าว่าสาดเสียเทเสีย ฉะนั้นจึงเริ่มหงุดหงิดเล็กน้อย แต่เพราะอีกฝ่ายเป็นถึงสนมของฮ่องเต้ นางจึงมิอาจลงมือทำอะไรได้ เพียงแค่…นางก็มิอาจยอมจำนนได้เช่นเดียวกัน
“มิทราบว่าหม่อมฉันพลั้งเผลอทำสิ่งใดให้ฮุ่ยเจี๋ยอวี้เหนียงเหนียงขุ่นเคืองพระทัยหรือเพคะ? ได้โปรดชี้แนะด้วยเถิด”
น้ำเสียงมิได้แสดงออกถึงความเคารพเหมือนเมื่อครู่ แม้หลินเมิ้งหยาจะเป็นผู้น้อย แต่ถึงกระนั้นก็มีฐานะเป็นถึงพระชายาเอก หากคิดจะตีสุนัขก็ควรดูเจ้าของเสียก่อน การที่ฮุ่ยเจี๋ยอวี้ปฏิบัติต่อนางเช่นนี้ หากมิใช่เพราะมีคนคอยหนุนหลัง บางทีก็อาจเป็นเพราะนางเป็นคนโง่เขลาเกินเยียวยา
“ฮึ แค่พริบตาเดียวก็ลืมแล้วหรือ? ข้า…”
ยิ่งพูดฮุ่ยเจี๋ยอวี้ก็ยิ่งโกรธเกรี้ยว ดวงตากลมดั่งไข่มุกจ้องหลินเมิ้งหยาเขม็ง ท่าทางประหนึ่งปีศาจที่โผล่ออกมาจากขุมนรก