ทว่าหยุนฉงหรงกลับรู้สึกว่าฮุ่ยเจี๋ยอวี้กำลังทำตัวเกินงาม นางยื่นมือเข้าไปคว้าแขนเสื้อของฮุ่ยเจี๋ยวอวี้เอาไว้ ก่อนจะส่งยิ้มเชิงขอโทษให้กับหลินเมิ้งหยา
“น้องสาวคนนี้ของข้าเป็นคนปากไว พระชายาอย่าได้ใส่พระทัยเลย นางเพียงแค่หงุดหงิดจึงระบายอารมณ์ออกมาเท่านั้น หาได้มีสิ่งใดอยู่ในใจ พระชายาได้โปรดอภัยให้นางด้วย”
ทันทีที่เห็นสีหน้าไม่น่ามองของหลินเมิ้งหยา เฉิงเหม่ยเหริน [3] พยายามดึงแขนของฮุ่ยเจี๋ยอวี้สุดแรงที่มี
ใบหน้านวลอิ่มเอิบเปี่ยมไปด้วยความกังวล
ฮุ่ยเจี๋ยอวี้มิอาจทำอะไรได้อีก ดังนั้นจึงถลึงตาโตใส่หลินเมิ้งหยา ก่อนจะสะบัดหน้าไปอีกทาง
ในเมื่อหยุนฉงหรงเป็นผู้ออกหน้าเอ่ยปาก เช่นนั้นหลินเมิ้งหยาจำต้องไว้หน้านาง
พยายามยับยั้งอารมณ์กรุ่นโกรธในใจ อยู่ๆ ก็ถูกคนแปลกหน้าด่าทอ ไม่ว่าใครก็คงรู้สึกไม่สบอารมณ์เช่นเดียวกัน
“ในเมื่อหยุนฉงหรงเหนียงเหนียงเอ่ยเช่นนี้ เช่นนั้นหม่อมฉันจะเห็นแก่มิตรไมตรีที่พระองค์มอบให้สักครั้ง แต่ถึงอย่างไรตำแหน่งเจี๋ยอวี้ก็เป็นถึงสนมของฮ่องเต้ แน่นอนว่ากิริยาวาจาย่อมต้องแตกต่างจากบ่าวไพร่ หม่อมฉันหวังว่าเหนียงเหนียงจะไม่ระบายอารมณ์ใส่ผู้อื่นโดยไร้สาเหตุอีกเพื่อความปลอดภัยแก่ตัวพระองค์เอง”
กฎระเบียบของต้าจิ้นค่อนข้างเข้มงวด โดยเฉพาะกฎระเบียบในวังหลวงที่จำเป็นต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ยิ่งไปกว่านั้นตำแหน่งสนมของนางยังไม่สูงมากพอ ไม่เหมือนกับพระสนมเต๋อเฟยซึ่งให้กำเนิดลู